JinG's profilePongo's space PhotosBlogListsMore Tools Help

JinG JinG

Occupation
Location
Interests
There are no music lists on this space.

Pongo's space

The story of my puppies
March 01

The end of my puppies' story

วันนี้เป็นวันที่ 29 กุมภา 2551 ก็จริง ซึ่งเรากลับมาหลังจากค้างบ้านปลาอยู่ 5 วัน 4 คืนเมื่อวานนี้ และพบกับความจริงที่ว่า เราไม่เหลือลูกหมาให้ดูแลอีกต่อไปแล้ว เพราะ Melody ได้ตายไปตั้งแต่วันอังคารที่ 26 กุมภา ด้วยวัย 70 วันพอดี สุดท้ายทายาทตัวเดียวที่เหลือของอั่งเปาก็จากไปอีก เดือนนี้ทั้งเดือน หมาบ้านเราตาย 3 ตัว ถ้านับทั้งปี หมาบ้านเราตายไป 4 ตัวแล้ว


อันนี้แปะคำตอบที่เราพิมพ์ไว้ในเว็บบอร์ดหมามาไว้ก่อน แล้วจะเขียนละเอียดอีกที ตอนนี้ต้องขอทำงานให้เสร็จก่อน เพื่อไม่ให้ Melody ตายเปล่า

หลังจากที่ไปค้างบ้านเพื่อนมา 4 คืน เพิ่งกลับมาเมื่อคืนนี้
เพราะจำเป็นต้องไปทำโปรแกรมมือถือเพื่อมาขาย หลังจากที่เลื่อนวันส่งเขามาหลายรอบแล้ว ไม่สามารถเลื่อนได้อีกต่อไป ทำให้หนูจำเป็นต้องไปค้างบ้านเพื่อน
แต่หลังจากกลับมา ก็พบกับความจริงที่ว่า ลูกหมาตัวสุดท้าย ก็ได้ถูกฆ่าตายอย่างเหลือเชื่ออีกเช่นกัน
เหตุการณ์ที่พ่อแม่หนูเล่าให้ฟังก็คือ
ตอนเช้าของวันอังคารที่ 26 กพ ได้ขังลูกหมาและแม่หมาไว้ในกรง ที่มีแผงเหล็กกั้นล้อมรอบอีกที มีไม้กั้นบังสายตาข้างนอกและกั้นเป็นประตูเข้าออกด้วย กรงก็ล็อคอย่างดีแล้วแน่นอน เพราะกลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอย จึงป้องกันไว้หลายชั้นมาก
แต่ตอนเย็นเมื่อกลับบ้านมา ไม้กั้นปิดถูกแง้มออกเล็กน้อย ประตูกรงปิดดีเหมือนเดิม แม่หมาอยู่ในกรง แต่ประตูเล็กที่ไว้ใส่ชามอาหารเข้าไปเปิดออกมา ชามก็หล่นกระเด็นออกมาด้วย และลูกหมานอนตายอยู่นอกกรงและนอกแผงเหล็กที่กั้น แต่ยังอยู่ในบริเวณคอก ทั้งที่พ่อแม่ยืนยันว่าปิดแน่นดีแล้วแน่ๆ แต่เหมือนกับว่าหมามันตะกุยเปิดออกจนได้และกัดหัวลูกหมาลากออกมาจากช่องนั้น ทำให้ข้อต่อคอหลุดและตายทันที แม่หมาก็ปกป้องลูกมันไม่ได้ เพราะมันเองก็อยู่ในกรงเหมือนเดิม ไม่กี่วันก่อนหนูไปค้างบ้านเพื่อน หนูเคยทดลองบอกให้มันพยายามปีนออกมาจากช่องนั้นเองด้วยซ้ำ เพราะเหมือนมีลางสังหรณ์ว่ามันจะแอบปีนออกมาเอง แต่มันก็ปีนออกมาไม่ได้แน่ๆ

หนูคงไม่มีหน้าจะเลี้ยงลูกหมาหรือหมาอีกต่อไปแล้ว เพราะลูกหมาแค่นี้หนูยังดูแลไม่ได้ดีเพียงพอ จนทำให้เขาต้องตายจากไปกันหมด แม้แต่พ่อหมาก็จากไปอีก
ตอนนี้เหลือตัวผู้และตัวเมียอายุประมาณ 7 ขวบ และตัวผู้และตัวเมียอายุประมาณ 2 ขวบครึ่ง ทั้งหมด 4 ตัว
ตัวแม่หมาไม่ได้เป็นตัวที่ฆ่าลูกมันแน่ๆ จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น (ตัวเมียอายุ 2 ขวบครึ่งเกือบ 3 ขวบ)
แต่เหลืออีก 3 ตัวที่หนูสงสัยว่าเป็นฆาตกรโหด (เริ่มไม่แน่ใจว่าเลี้ยงหมาหรือเลี้ยงปีศาจไว้กันแน่) ก็คงอาจจะไม่มีใครอยากรับเลี้ยงอีกแน่เช่นกัน
แม้แต่ตัวที่หนูรักที่สุด และฝากความหวังกับมันไว้มาก ว่าเป็นสุนัขที่ดี เชื่อฟัง และเฝ้าบ้านเก่ง (ตัวผู้ 7 ขวบ) นอกนั้นแต่ละตัวก็ไม่ได้เป็นสุนัขที่ก้าวราวเลย หนูยังไว้ใจมันไม่ได้อีกต่อไป
แล้วหนูจะทำอย่างไรต่อไปดีคะ Cry Cry Cry Cry Cry Cry Cry Cry

หลายคนบอกว่าน่าจะเพราะมันอิจฉาหรือเปล่า ถึงได้ทำขนาดนี้ แต่เพราะหนูกลัวว่าลูกหมาตัวสุดท้ายนี้จะลงเอยแบบเดียวกับ Dumbo หนูเลยพยายามเฝ้าดูให้มันอยู่ในสายตาตลอดเวลา แม้แต่ช่วงอ่านหนังสือ หนูก็ลงมาเฝ้ามันด้วย อ่านหนังสือด้วย (จนแทบไม่ได้อ่านเลยก็ว่าได้) สุดท้ายก็ยังคงเป็นแบบนี้
หนูคงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเลี้ยงหมาได้จริงๆ ขอโทษทุกๆท่านด้วย ที่อาจจะผิดหวังในตัวหนูมาก หนูเองก็ผิดหวังที่ตัวเองไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจริงๆ


----
เราเองรู้สึกผิดมากที่ปกป้องลูกหมาของตัวเองไม่ได้ แม้ว่าจะทำทุกวิธีทางแล้วก็ตาม แต่แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นตามที่เคยมีลางสังหรณ์ว่าไม่ควรไปค้างบ้านเพื่อนเลยรอบนี้ หรือแม้ว่าค้างแล้วควรกลับมาเยี่ยมมันสักครั้งก่อน แต่ที่ไปค้างเพราะความจำเป็นหลายๆอย่าง ถ้าไม่ค้าง งานที่สัญญาว่าจะทำให้เสร็จ ก็ไม่มีทางทำเสร็จแน่ๆ และถ้ารอบนี้ไม่เสร็จ ไม่ใช่แค่ตัวเราที่เสียหาย เพื่อนๆก็เสียหาย ผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆก็เสียหายกันหมด เราเลยหมดหนทางเลือกอื่น
สุดท้ายเราูก็ติดธุระ เพราะมีเพื่อนทักว่าให้รีบสมัครขอทุนเพื่อเรียนป.โท เราก็มัวแต่ติดต่อเรื่องทุนที่จะขอ จนทำให้ไม่ได้กลับมาหามันดังที่กะเอาไว้ ดูเหมือนเราจะเห็นแก่ตัว ไม่สนใจลูกหมาเพียงพอ จนเราต้องมาเสียใจทีหลังว่า ถ้าวันนั้นเรากลับมา อย่างน้อยจะได้เจอหน้ามันและเล่นกับมันอีกสักครั้ง หรืออาจจะไม่แค่นี้ ถ้าหนูกลับมาบ้านสักหน่อย หมาตัวโตตัวอื่นจะได้รู้ว่า เรายังอยู่ และพร้อมที่จะปกป้องลูกหมา ฉะนั้นห้ามทำร้ายหรือรังแกมันนะ ลูกหมาก็อาจจะรอดและยังอยู่กับเราก็ได้

ตั้งแต่เริ่มสังเกตเห็นหมาตัวเองท้อง จนต่อมามันคลอด ลูกหมาเกิดขึ้นมาตั้ง 9 ตัว ก็รู้สึกดีใจมากๆ แต่เรารู้ตัวว่า มีชีวิตที่เราต้องรับผิดชอบและดูแลมันเพิ่มขึ้นมาตั้งหลายตัว ต่อไปเราคงต้องเหนื่อยแน่ๆ

ลูกหมาพวกนี้ ทำให้เราลืมเรื่องทุกข์ใจหลายๆเรื่อง และเป็นสาเหตุที่ทำให้เราอยากอยู่บ้านมากกว่าออกไปไหน หรือถ้าเราจำเป็นต้องออกไป เพื่อไปเรียนหรือทำธุระอะไร ก็อยากกลับบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อมาดูแลลูกหมาเหล่านี้ ให้เติบโตและแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรามีความสุขมากที่ได้เลี้ยงดูพวกมัน เคยวาดฝันอยากจะทำกิจกรรมต่างๆกับมัน และอื่นๆอีกหลายอย่าง แม่เราบอกว่าตั้งแต่มีลูกหมาเิกิดมา เราเปลี่ยนไปมาก ดูเรามีความสุขมากขึ้น แม้ว่าจะเหนื่อยมากขึ้นหลายเท่าก็ตาม เพราะงานประจำที่ต้องทำอยู่เดิมทั้งเรียนทั้งโปรเจคทั้งสอบ แถมต้องดูแลลูกหมาอีก แต่ต่อมาก็เจอเรื่องร้ายๆที่ลูกหมาค่อยๆจากไปจนหมดก็จริง แม้แต่พ่อหมาอั่งเปาก็จากไป แต่เราต้องลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้ และมุ่งหน้าใช้ชีวิตต่อไป
February 24

ลูกหมาอายุ 67 วัน จอมซนจอมขุด

เสาร์ที่ 23 กุมภา 2551
ตื่นบ่ายโมงครึ่งอ่ะวันนี้ ตื่นมาก็ลงไปหาลูกหมาตอนบ่าย 2 หน่อยๆ ให้ลูกหมากินนมไปพลาง เราวิ่งขึ้นมาดูทีวี พอพักโฆษณาก็ลงไปใหม่ ต้องบังคับขู่เข็ญอีกเหมือนเดิม แต่ก็สรุปกินหมดไป 1 กล่องใหญ่ และก็ใส่อาหารเม็ดให้ 1 กำใหญ่อีกเช่นกัน ลงไปอีกทีก็หมด ทีอาหารเม็ดไม่ต้องบังคับเลย แต่เราก็รู้สึกว่าให้น้อยไปหรือเปล่า เลยไปดูที่ฉลากของถุงอาหารเม็ด บอกว่าให้กินประมาณ 300 กรัมต่อวันนะ ถ้าอายุเท่านี้ (จำตัวเลขชัวร์ๆไม่ได้) ซึ่ง 1 กำใหญ่ของเรา เท่ากับ 50 กรัม กินได้วันละ 200 กรัมเองถ้าให้ 4 มื้อ แสดงว่าน้อยไปหน่อย หลังจากนั้นเราก็ให้อาหารเม็ดอีก 1 กำเล็กๆ มันก็ไม่ค่อยสนใจกินแล้ว อยากจะเล่นมากกว่า ก็โอเค บังคับให้กินก่อน แล้วก็ให้กินไข่ต้มเฉพาะไข่แดงอีกหน่อย กินได้หน่อยเดียวก็ไม่กินแล้ว จะฝึกคำสั่งหมอบซะหน่อย เพิ่งทบทวนนั่งได้แค่นั้น เลยเล่นๆกับมันสักพัก เอาบอลมาเล่น แย่งไม้กับมันบ้าง เดี๋ยวนี้แรงมันเยอะขึ้น กัดก็เจ็บขึ้น โดนมันกัดเป็นรอยแดงเต็มมือ แขน ขาไปหมด บางทีกลัวเสื้อผ้าจะเป็นรูเอาเนี่ย และก็ให้แม่หมากับลูกหมาอยู่ด้วยกันในคอกไปก่อน ระหว่างเราแวะขึ้นมากินข้าวเที่ยงตอนบ่าย 3 กว่า (สั่งข้าวร้านหน้าบ้านแล้วมาส่งช้ามาก หิวแทบแย่)
ประมาณ 4 โมงครึ่ง เราลงไปปล่อยแม่ลูกออกมาเดินเล่นข้างนอกคอก มันก็วิ่งเล่นรอบบ้านเลย เริ่มตั้งแต่แม่ลูกพากันไปตรงใกล้ๆอดีตบ่อปลา ซึ่งแม่หมาก็โดดลงบ่อที่ไม่มีน้ำ ลูกหมาก็ได้แต่ยืนงงๆ แล้วหนูจะลงไปไงเนี่ย ลึกนะเนี่ยสำหรับลูกหมา แล้วก็ไปตรงที่ฝังศพอั่งเปา เห็นแล้วก็คิดถึงมันอีก ลูกหมาตัวแสบก็ขึ้นไปบนหลุมศะอั่งเปาแล้วจะเริ่มขุด เราต้องรีบคว้าตัวออกมา ซนจริงๆ และก็เดินไปทางสนามหญ้า ลูกหมาก็เดินตามแม่หมาไปเรื่อยๆ ดมๆเลียนแบบแม่มัน แล้วก็คุ้ยกองขี้เถ้าที่เผาหญ้าไปตอนนั้นเล่นซะ ต่อมาก็เดินไปตรงที่กินน้ำ ลูกหมาก็ไปขุดๆหลุมที่มันกับ Dumbo เคยเล่นด้วยกันอีก ขุดไปขุดมา เจ้า Bulto ก็เดินไปดูว่าลูกหมามันทำอะไร เจ้า Melody ก็เล่นแหย่กวนประสาทเขาอีก เกือบโดนแง่งไปตามระเบียบ เราต้องรีบห้าม Bulto ว่าเล่นเบาๆหน่อย (ความจริงอยากให้เอ๋งสักที จะได้เข็ด แต่มันยังเล็กไป เรากลัว) แล้วมันก็มุดหนีไปใต้แทงค์น้ำ ตอนนี้ท่าทางจะเริ่มมุดยากขึ้นเพราะมันตัวโตขึ้นมากแล้ว เห็นแล้วก็ขำดี สงสัยจะไม่รู้ตัว ป้า Lassie ก็มาร่วมวงด้วย เราเลยช่วยซ้ำเติม เอ้ย ไม่ใช่  ช่วยกันไม่ให้ตัวโตรุมตัวเล็ก และมันก็มุดหนีออกมา จะเดินไปทางหลังบ้านอีก เราก็เรียกมันกลับมา เพราะยังไม่อยากให้ไปตรงนั้นเท่าไหร่ อั่งเปาเพิ่งตาย ไม่รู้มีเชื้อโรคแถวนั้นเยอะเกินไปสำหรับลูกหมามั้ย ตอนแรกเจ้าตัวแสบไม่ยอมกลับมา ทำท่าอยากไปต่อ พอดีแม่หมามา เลยบอกให้มันไปตามลูกมันกลับมา ก็ดีแฮะ คราวนี้ลูกหมายอมเดินตามแม่มันกลับมาโดยดี เราก็สบายหน่อย มีแม่หมากับป้า Lassie คอยเป็นหูเป็นตาลูกหมาอีกแรง คราวนี้ก็ไปซนในสนามหญ้า แล้วก็ไปคุ้ยๆกองขี้เถ้าอีกกอง ตอนแรกแม่มันนอนบนกองขี้เถ้าลูกหมาก็ดมๆแล้วก็จาม (สมน้ำหน้า) และคราวนี้ฝุ่นฟุ้งเลย ก็ยิ่งจะขุดๆุคุ้ยๆอีก แม่มันก็ช่วยขุดอีก เอาเข้าไป แทบจะตัวขาวเลย เราสุดท้ายก็พาตัวแสบออกมา ให้กลับเข้ากรงดีกว่า ระหว่างที่เฝ้าลูกหมา เราก็ตามถ่ายรูปไปด้วย เดี๋ยวไม่ได้เล่นกับมันอีกหลายวันเลย คงคิดถึงมันแย่ (มันจะคิดถึงเราป่าว ก็ไม่รู้แฮะ) สรุปก็ส่งแม่หมาและลูกเข้ากรงตอน 5 โมงครึ่งกว่าๆ และเตรียมตัวออกจากบ้านไปกินข้าวเย็นกับพ่อแม่
กลับมาถึงบ้าน 3 ทุ่มได้ ก็รีบปล่อยลูกหมามากินนม ส่วนแม่หมาออกไปข้างนอกคอกก่อน ลูกหมากินนมไป 1 กล่องใหญ่ ใช้เวลานานพอดู ต้องบังคับขู่เข็ญ เพราะอู้เหมือนเดิม สงสัยต้องดัดนิสัยยกใหญ่แล้ว (จะดัดหลายรอบแล้ว แต่ทำไม่ลงสักที) และก็ให้อาหารเม็ดไป 2 กำใหญ่เลย กินไปอู้นิดหน่อย แต่สุดท้ายก็หมด สงสัยจะอิ่ม แต่ทีเราเอาไข่ต้มที่เก็บไว้มา หว่า มดขึ้นแฮะ เลยไปเอาฟองใหม่มาให้มันกินแทน โดยรอบนี้ก็ฝึกทบทวนนั่ง (ซึ่งก่อนให้กินนมกับอาหารเม็ดก็จะสั่งนั่งเป็นนิสัยอยู่แล้ว ป้องกันปัญหามันกระโจนแย่งอาหาร) และก็จะเริ่มคำสั่งหมอบ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน ปกติที่เราเคยฝึกตัวอื่นมา เราจะล่อให้มันหมอบโดยเอาอาหารวางไว้ใกล้พื้น มันก็หมอบเอง แต่ตัวนี้พิเศษกว่าตัวอื่น เพราะมันจะตะครุบเอาแทน -_-! นิสัยไอ้อั่งเปาแน่ๆ เพราะมันตายไปแล้ว เรายังสอนมันไม่จบหลักสูตรก็คือท่าหมอบนี่แหละ ฝึกไม่ได้เพราะมันแรงเยอะ แล้วมันต่อต้านด้วย ก็พยายามกดตัวมันลง (หมดปัญญาอ่ะ ใครรู้วิธีดีกว่านี้แนะนำหน่อยนะ) โดนเอาขาหน้าดึงออกมาเพื่อให้มันหมอบลง แต่มันก็ดิ้นหนี จนมีมันเผลอ ก็หมอบสำเร็จ 2-3 ครั้ง แม้ว่าจะหมอบผิดท่านิดหน่อย คือ ขาหลังไม่ได้อยู่ท่าเดียวกับท่านั่ง (เพราะขามันพับเพียบไปทางเดียวกัน) แต่ก็ต้องให้มันไปก่อน ให้มันเข้าใจก่อนอย่างน้อยว่า แปลว่าให้ก้มตัวลงมาหมอบ แต่ท่าทางจะมันไม่เข้าใจเท่าไหร่ เพราะพอมันยืนมา สั่งนั่งก็นั่งอ่านะ แต่สั่งหมอบก็ยังคงจะตะครุบมือเราอยู่ดี เอาเหอะ กินจนหมดฟอง แล้วก็เอาอันเดิมที่มดขึ้นไปไล่มด และให้แม่หมากิน โดยสาธิตท่าหมอบให้ลูกมันเห็นด้วย ท่าทางลูกมันก็มองอย่างงงๆว่าแม่มันทำไรหว่า แต่ก็เอาเหอะ ลองดู วิธีนี้จะ work มั้ย แล้วก็ให้แม่ลูกคู่แสบเข้ากรงไปพักผ่อน
ต่อมาเกือบตี 2 ลงไปดูลูกหมามันร้อง สงสัยไปแหย่แม่มันท่าไหนไม่รู้ โดนแม่มันสั่งสอนซะร้องลั่นบ้าน จนแม่เรากับเราต้องวิ่งลงไปดู แล้วก็เลยปล่อย Marble ออกมาให้ไปกินข้าว ส่วนลูกหมาอยู่ในคอกกับเราแปบนึง เห็นว่าโอเค ลูกหมาไม่ได้เป็นอะไร ก็ส่งเข้ากรงไปตัวเดียวก่อน ต่อจากนั้นพอแม่หมากับหมาโตกินข้าวที่หลังบ้านกันเสร็จ ก็ให้ตัวเล็กออกมากินนม กิน 1 กล่องเล็ก มันไม่ค่อยจะยอมกิน แม่เราเลยบังคับขั้นเด็ดขาดกว่าเราหน่อย คือจับขามันไว้เลย มันก็ยอมกิน แต่ไม่หมด นี่ขนาดกล่องเล็กนะ เราเห็นว่าเกินไปแล้ว เลยให้แม่มันกินต่อไปเลย ต่อมาอาหารเม็ดก็ไม่ยอมกินอีกรอบนี้ คิดไปคิดมา สงสัยจะอิ่มเกินไป เลยไม่ยอมกิน จะเล่นท่าเดียว ชอบจะไปกัดกล่องใส่กระเบื้องจนไม่เหลือสภาพกล่องแล้ว และรื้อกระเบื้องมาเล่นอีก -_-! ซนจริงๆ และก็ขี้เรียบร้อยในคอกอีก พาออกไปไม่ทัน เฮ้อ เราเลยตัดสินใจเก็บอาหารขึ้นเลย ไม่ต้องกินแล้ว และให้เข้ากรงไปนอนกับแม่มันเลยทันที

อาจหยุดพักเล่าเรื่องลูกหมาหลายวันหน่อยนะ เพราะไปค้างบ้านปลา เปิดโรงงานนรกปั่นเกมมือถือ อิอิ
February 23

ลูกหมาอายุ 66 วัน วันฝังศพอั่งเปา

ศุกร์ที่ 22 กุมภา 2551
วันนี้ก็วุ่นๆกับอ่านหนังสือเตรียมสอบตอนบ่าย เครียดมาก ท่องศัพท์ไม่ได้สักที เศร้ามาก จนพ่อกลับมาตอนประมาณเกือบเที่ยง เพราะไปรับศพอั่งเปากลับมาหลังไปชันสูตรมา (อยู่ในถุงสีดำมัดไว้) และพาสัตวแพทย์มาช่วยเจาะหมาๆในบ้านทั้ง 5 ตัว แต่เราต้องรีบออกจากบ้านพอดีเพื่อไปสอบตอนบ่ายโมง กลัวรถติดง่ะเลยรีบออกจากบ้าน
หลังจากสอบเสร็จก็รอพ่อมารับกลับบ้าน พ่อเล่าให้ฟังว่า Buddy กับ Lassie ดิ้นนิดหน่อย Bulto ดิ้นมากกว่า แต่ 2 แม่ลูกดิ้นมากถึงมากที่สุด ลูกหมาร้ายมาก จะกัดด้วย พอดีตัวโตผูกปาก แต่ตัวเล็กไม่ได้ผูก เลยแผงฤทธิ์ซะยกใหญ่ แถมฉี่ราดด้วย -_-! เด็กหนอเด็ก แล้วก็เอาเลือดไปส่งตรวจที่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ และคุยกับหมอที่ชันสูตรอั่งเปา พบเพิ่มเติมว่ามีเชื้อ E-coli อีกเหมือนกันกับลูกหมาตัวเล็กในช่วงแรกๆที่ตายไป (เจ้า Kody) และก็มีเหมือนฝีที่ม้าม (เราก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นยังไง) และสรุปว่าน่าจะมาจากเห็บนั่นแหละ (ยิ่งงงใหญ่เลย เกี่ยวไงหว่า ไว้ถามสัตวแพทย์อีกทีนะ แล้วจะมาอธิบายทีหลัง)
กลับถึงบ้านก็เกือบ 6 โมงเย็นแล้ว พี่ที่มาช่วยขุดหลุมฝังศพอั่งเปาก็มารออยู่พอดี เลยล่ามตัวอื่นไว้ก่อน ลูกหมาก็ให้ลูกในคอก แล้วพี่เขาก็ขุดตรงใต้ต้นมะม่วงที่อั่งเปาชอบไปหามะม่วงมากิน ขุดหลุมใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ยาวหน่อย เพราะตัวมันยาว ระหว่างขุด เราก็เอานมไปให้ลูกหมากินก่อน 1 กล่องใหญ่ ท่าทางมันหิว แต่ก็ยังอู้เหมือนเดิม เบื่อจริงเลย จอมซนนี่ เลยต้องบังคับแกมขู่เข็ญเล็กน้อยแบบเมื่อคืน พอหมดก็ให้อาหารเม็ดอีก 1 กำใหญ่ รวดเดียวหมดเหมือนเดิม และก็เล่นๆลูกบอลกับมันนิดหน่อยก่อนมืด ต่อมาก็ไข่ต้ม 1 ฟองของโปรด ก่อนกินก็ทวนคำสั่งนั่งเหมือนเดิม จะขึ้นคำสั่งใหม่ซะหน่อย คือหมอบ แต่วันนี้ยังไม่ค่อยจะสำเร็จ เพราะลูกหมาไม่ยอมหมอบ จะแย่งไข่กินท่าเดียว ส่วนแม่หมาและตัวอื่นๆก็ได้กินไข่ไปตัวละนิดตัวละหน่อยเหมือนกัน และให้ลูกหมาและหมาตัวอื่นๆแทะกระดูกระหว่างรอ พอมืดก็ช่วยกับพ่อกับแม่เราไปดูพี่เขาฝังอั่งเปา ใส่กระดาษเงินกระดาษทองให้อั่งเปาไป และก็ใส่ศพอั่งเปาทั้งที่ห่อถุงดำ และโรยปูนขาว 3 กิโลกรัมรอบๆ เพราะอั่งเปาป่วยตาย กลัวเชื้อโรคยังอยู่ เลยโรยปูนขาวกันไว้ก่อน และเอาถุงพลาสติกขนาดใหญ่คลุมอีกชั้นก่อนกลบ กว่าจะฝังเสร็จก็มืดมากแล้ว หลังจากฝังเสร็จ ก็จุดธูปเทียนปักไว้บนหลุมศพ และก็อุ้มลูกหมาออกมา และพา Marble ไปที่หลุมฝังศพ ให้พวกมันไว้อาลัยบอกลา ลูกหมามันก็มองไปดู ไม่รู้ว่ามันเข้าใจมั้ย แต่เราก็จับหัวให้มันก้มคำนับไป 3 ที และบอกมันว่า โตขึ้นเป็นหมาที่ดี เชื่อฟังพ่อแม่และพี่(ก็เรานั่นแหละ) เชื่อฟังแม่หมา อย่าดื้ออย่าซน รักษาตัวดีๆด้วย แกเป็นทายาทตัวสุดท้ายของเขานะ ต่อมาตัวอื่นๆก็เดินมาดูๆเหมือนกัน เฮ้อ หลับให้สบายนะเปา หลังจากนั้นเราก็เอาลูกหมาและแม่หมาเข้ากรงไปนอนพักตามระเบียบ
ตี 2 ลงไปให้ข้าวหมา แม่เรากำลังให้ลูกหมากินนม มันก็อู้อีกแล้ว ต้องใช้วิธีเดิมนั่นแหละ เพราะคงเป็นวิธีที่ work สุดเท่าที่คิดออกตอนนี้ (แต่เราชอบนะ อะไรเดิมๆแบบนี้ แสดงว่าไม่มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น) ต้องบังคับขู่เข็ญมันเหมือนเดิม กว่าจะหมด และก็ให้กินอาหารเม็ดไป 1 กำใหญ่ รวดเดียวหมดเลย หลังจากนั้นก็ปล่อยลูกหมาไปขี้ข้างนอกคอก เสร็จแล้วก็เข้ากรงไปนอนกับแม่มัน ฝันดีนะ โตไวๆ อย่าดื้อล่ะ
February 21

ลูกหมาอายุ 65 วัน Happy Birthday Buddy!

พฤหัสที่ 21 กุมภา 2551
ตื่นแบบจริงๆจังๆ ก็ 10 โมงครึ่งกว่า แล้วก็ลงไปหาลูกหมา ก็เห็นลูกหมาซนอยู่ในคอกนอกกรง และตัวอื่นๆ กำลังเรียงคิวให้พ่อแม่เราอาบน้ำให้ นึกยังไงเนี่ย ไม่บอกกันก่อนเลย ก็บอกว่าจะฉีดยากันเห็บหมัดให้หมา (ไอโวแมค) เลยอาบน้ำให้ก่อน แล้วตอนเย็นค่อยฉีด เราเลยมาเล่นกับลูกหมาไปก่อน เพราะลูกหมาเพิ่งฉีดวัคซีนมาวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดนงดอาบน้ำ 1 สัปดาห์ เราเลยมาเล่นถ่วงเวลาระหว่างแม่หมาอาบน้ำอยู่ หลัง Bulto เพิ่งอาบเสร็จไป แล้วเอาไปตากแดดเป็นหมาแดดเดียว55ให้แห้ง พอแม่หมาอาบเสร็จก็เวียนไปแทนที่ Bulto ส่วน Bulto ก็ย้ายไปอีกที่ที่ร่มกว่าเดิม แต่ล่ามไว้ก่อนเพราะพื้นเปียก เดี๋ยวมันเอาตัวไปคลุกให้เละอีก ส่วนเราก็เอาอาหารเม็ดมา 5 เม็ด มาฝึกให้ลูกหมานั่ง ปรากฎว่าไม่สน จะเล่นท่าเดียว แถมชอบเหลือเกิน งับมืองับเท้าเนี่ย เป็นรอยไปหมดแล้ว หลังจากพยายามจะให้มันสนใจอยู่นาน มันก็ไม่สนใจเท่าไหร่ มีเอาลูกบอลมาเรียกความสนใจก็พอได้บ้างแรกๆ แล้วสั่งให้นั่ง ก็ได้แค่ครั้งเดียว แต่เราก็ต้องยอมแพ้ลูกหมาในเรื่องการฝึกไป ไว้ไปหาวิธีใหม่ให้มันสนใจมากกว่านี้ แต่ก่อนจะเลิก พอดีลูกหมามันหมอบลงในท่าที่ถูกต้องเลยรีบพูดว่า "หมอบ" และให้มันกินไป แล้วก็ชมๆๆๆตามสูตร แล้วลูกหมาก็วิ่งขึ้นลงบันได หาที่นอน พอดีเราก็มองเห็นที่ขาหลังขวามันมีแผน สงสัยเล่นกับแม่มันเลยโดนกัด เรา็บอกแม่ แม่ก็ให้เราอุ้มลูกหมาไปล้างแผล และก็รอใส่ยาเบตาดีน ระหว่างเราอุ้มลูกหมารอใส่ยา ลูกหมามันก็สะอึก เราลูบหน้าอกมันก็ไม่หาย แกล้งให้ตกใจก็ไม่หาย แต่พอใส่ยา สงสัยจะแสบมาดิ้นๆๆๆ ร้องลั่นเลย แล้วก็หายสะอึกไปเลย 55555 และส่งลูกหมากับแม่หมาเข้ากรงไปนอนพัก เพราะดูท่าทางลูกหมาจะง่วงแล้วและแม่หมาตัวแห้งพอดี ส่วนตัวอื่นๆยังถูกล่ามไว้ที่บนหน้ามุกก่อน ให้ตัวแห้งสนิทก่อนไปคลุกจนเละมากอีก ซึ่งไม่ได้ถูกแดดแล้วนะ พอดีเรานึกไว้ว่าวันเกิด Buddy นี่นาวันนี้ เรากับพ่อก็ร้องเพลง Happy Birthday ให้มัน ครบ 7 ขวบแล้วนะเนี่ย โอ้โห อยู่กับพี่ไปนานๆนะน้องชายสุดเลิฟ แต่แล้วก็ทำให้เราคิดถึงอั่งเปา เฮ้อ เพิ่งครบ 2 ขวบ 7 เดือนพอดีแท้ๆ ไม่น่าเลย Melody ก็รูปร่างคล้ายมันเหลือเกิน และเราก็ขึ้นมาจะอ่านหนังสือต่อ
บ่าย 3 ครึ่ง เราเพิ่งนึกได้ว่า ลูกหมากินมื้อเที่ยงยังหว่า เพราะตอนแรกนึกว่าพ่อแม่ให้แล้ว ปรากฎพอถามก็รู้ว่ายังไม่ได้ให้ เลยรีบลงไปให้อาหารลูกหมากิน ลงไปเจอแม่ลูกคู่แสบรื้อกระเบื้องออกมาเต็มพื้นเลย เมื่อตอนเที่ยงเราเพิ่งเรียงเก็บใส่กล่องไป -_-! และก็ให้แม่หมาออกไปก่อน แล้วให้ลูกหมากินนม 1 กล่องใหญ่ ก่อนกินก็นั่งเรียบร้อยดีมาก มันก็กินๆอู้ๆไปตามเรื่อง แต่อู้ไม่มาก แค่โวยวายนิดหน่อยตอนเราออกมานอกคอก เพื่อมาปล่อยหมาโตๆที่ล่ามโซ่ไว้ หันไปเจอแม่หมากำลังกินมะม่วงอยู่พอดี พอกลับเข้ามาก็จับลูกหมากินนมต่อจนหมด และก็ให้อาหารเม็ดอีก 1 กำใหญ่ ก่อนให้ก็สั่งนั่งเหมือนเดิม นั่งได้เรียบร้อยดี แถมกินรวดเดียวหมดเลย เราเลยหยิบมาอีก 6 เม็ดมาทวนคำสั่งนั่ง แต่มันก็เล่นซนโน่นนี่ โดยเฉพาะกระเบื้องที่มันรื้อออกมา เพราะเล่นแล้วเสียงดังเลยสนุกใหญ่ สรุปแล้วไม่ค่อยประสบผลสำเร็จในการฝึก เพราะมันจะนั่งก็ต่อเมื่อจะให้อาหารชามใหญ่เลย เป็นเม็ดๆมันไม่สน -_-! และก็ไปอ่านหนังสือต่อล่ะ
ตอน 3 ทุ่มให้หมาโตตัวอื่นๆมากินเม็ดมะม่วงที่คนปอกกินเหลือส่วนเม็ดเก็บให้น้องหมาที่รัก (ปกติแม่เราชอบกินนะ แต่รอบนี้เก็บให้หมากิน เห็นมันชอบกินกัน) มันก็กินกันทั้ง Marble Bulto Lassie ส่วนลูกหมากินนม 1 กล่องใหญ่ ก็สั่งนั่งก่อนให้กินตามปกติ แต่มันก็ยังคงอู้อีกเหมือนเดิม เลยต้องบังคับบ้าง และก็ให้กินอาหารเม็ด 1 กำใหญ่ (สั่งนั่งก่อนให้กินเหมือนเดิม) มันกินรวดเดียวหมดเลย ท่าทางจะชอบกินอาหารเม็ดแบบไม่แช่นมมากกว่า และก็ทบทวนคำสั่งนั่งด้วยอาหารเม็ดอีกเกือบ 10 เม็ด ให้ทีละเม็ด ก็โอเคยอมเชื่อฟังมากขึ้นหน่อย แต่ก็มีอู้เล่นซน แถมชอบกัดมือเท้าอีก (เหมือนพ่อมันเลย เห็นแล้วคิดถึงอั่งเปาจริงๆ ตอนเจอมันครั้งแรกที่รับมันมาเลี้ยง ก็มางับมืองับแขนแบบนี้แหละ T-T) และให้เข้ากรงไปกับแม่หมา แต่พอดีพ่อเราจะฉีดยาให้หมาโต (เราเกือบลืมแหน่ะ) เลยปล่อยออกมาใหม่ ให้ลูกหมาฝึกต่อด้วยไข่ต้ม คราวนี้ล่ะ เชื่อฟังมากๆ มีอู้นิดหน่อย สงสัยเบื่อ (ต้องทำให้ลูกหมาไม่เบื่อนะ แต่ตอนนี้มีแต่คำสั่งนั่งอย่างเดียว เลยคงน่าเบื่อไม่น้อย เหอะๆ) มีนั่งผิดนั่งถูก แต่ก็ถูกซะส่วนใหญ่ ถ้านั่งผิดก็ไม่ให้กิน จนหมดก็นานพอดู และก็เอาหมาน้อยเข้ากรง เรียก Buddy ให้มารับของขวัญวันเกิด ก็ไม่มาต้องไปลากมาเล็กน้อย แต่ก็ยอมเดินตามมา จนมาถึงที่โรงรถ มันเห็นเข็มฉีดยาก็เบรคไม่ยอมเข้ามา 55 เสียรู้เราซะแล้ว นั่นแหละของขวัญวันเกิด 555 ก็ไล่ฉีดไอโวแมคกันเห็บหมัดไปทีละตัว ต่อมาก็ Bulto และก็ Lassie สุดท้ายก็แม่หมาคนเก่ง Marble เก่งนะ ไม่ร้องเลย ตัวอื่นร้องหมด ร้องนิดๆหน่อยๆแหละ และก็ส่งแม่หมาเข้ากรงไปอยู่กับลูกหมาตัวแสบ
ตี 1 ลงไปให้ข้าวหมาเหมือนเดิม ตัวอื่นกินหลังบ้าน แม่หมากินหน้ากรงในคอกเล็ก ลูกหมากินข้างนอก ก่อนให้กินก็สั่งนั่งก่อน แต่พอให้กิน ก็อยากจะเข้าไปกินข้างในของแม่หมามากกว่า ต้องรอจนแม่กินเสร็จ ให้แม่หมาออกไปทำธุระเหมือนทุกที ลูกหมาถึงมีสมาธิกินมากขึ้นหน่อย กินได้ประมาณครึ่งนึง ก็จะเริ่มอู้ตามเคย บางทีก็นั่งแล้วได้ยินเสียงอะไรไม่รู้ ไม่รู้ว่าตดหรือเรอดังมาก ขำจริงๆ สาวน้อยนะเนี่ย จนสุดท้ายต้องบังคับขั้นเด็ดขาดคือ เราจับตัวลูกหมาไว้กับที ยกชามขึ้นจ่อหน้ามันให้มันกินจนหมด 1 กล่องใหญ่ แต่พอถึงคราวให้อาหารเม็ด ก็สั่งนั่ง แล้วกินรวดเดียวหมดชาม -_-! แล้วก็จะพยายามฝึกต่อเพิ่มอีกหน่อย แต่ไม่ค่อยจะสำเร็จ ลูกหมาเดินวุ่นรอบคอก เอาลูกบอลมาเล่น ก็เล่นแรงจริงๆ งับแน่น และชอบสะบัดๆ จนเรากลัวมันจะคอเคล็ด ฟันหัก บางทีมันก็ไปเอาไม้มาคาบ เลยไปแย่งไม้มันมา มันก็งับแย่งอีก เหมือนพ่อมันเลย งับมืองับแขนงับขาอีก เจ็บนะ แถมบางทีก็ไล่งับหางตัวเอง เหมือนพ่อมันอีกนั่นแหละ ท่าเดียวกันเป๊ะ เฮ้อ เห็นแบบนี้คิดถึงอั่งเปาเหลือเกิน  แต่ถ้ามีหมาน้อยอีกตัวเล่นด้วย คงน่ารักน่าเอ็นดูชะมัด เมื่อกี้พอดีเีราไปคุ้ยเจอรูปเก่าๆตอนอั่งเปาเด็กๆที่เจ้าของเก่าเคยโพสไว้ในบอร์ดหมาที่เรา save เก็บไว้มาดู หน้าอั่งเปากับ Melody เหมือนกันมากๆ รูปร่างก็เหมือนเลย อย่างกะแฝดกัน แต่ต่างเพศนะ พยายามจะฝึกจนสุดท้ายเราก็ยอมแพ้อีก เพราะพรุ่งนี้สอบจีน ยังจำอะไรไม่ได้เลย โดยเฉพาะศัำพท์เขียนไม่ได้ ก็ให้ลูกหมาออกไปขี้ ขี้ปกติเป็นเส้นดี และเรียกแม่หมามาเข้ากรง ลูกหมาก็อุ้มตามเข้ากรงไป ตอนอุ้มมันชอบจะมาเลียหน้าเรา บางทีหลบไม่ทันก็โดนปากประจำ แล้วก็มางับผมเราดึงๆอีก เจ็บนะไอ้ลูกหมา แล้วก็ส่งเข้ากรงไปนอนซะ จะได้โตไวๆ แม่หมาก็เลี้ยงลูกดีๆล่ะ สั่งสอนมันได้ตามสมควร เหอๆ

ลูกหมาอายุ 64 วัน ผลชันสูตรอั่งเปาเบื้องต้น

พุธที่ 20 กุมภา 2551
ตื่นแต่เช้าแหละ วันนี้มีสอบ 1 วิชา อ่านไม่ทันด้วย ก่อนออกจากบ้าน ก็ทักทายหมาน้อยตัวแสบ ให้อวยพรขอให้ทำข้อสอบได้ด้วยเหอะ และระหว่างเดินทาง ก็แวะตักบาตรก่อน ให้อั่งเปา มีมะม่วงให้ด้วย ก็ขำพ่อดีนะ ตอนมันอยู่ เวลาตอนสอยมะม่วงแล้วมะม่วงหล่น ก็รีบวิ่งไปเก็บแย่งกับมัน ใครไวกว่าก็ได้ไป บางทแม่เราเลยบอกอั่งเปา ให้กินให้หมดก่อน แล้วเหลือเม็ดคาบมาให้พ่อเจ็บใจเล่น และมันก็ทำจริงๆ 5555 เฮ้อ คงไม่ได้เห็นภาพแบบนั้นอีกแล้ว
ตอนเย็นโทรคุยกับแม่ แม่บอกว่า ผลชันสูตรของอั่งเปาเบื้องต้นคือ ติดเชื้อแบคทีเรีย (ไม่รู้ชนิดไหน) ในกระแสเลือด ทำให้ลามไปทั่วทั้งร่างกายอย่างรวดเร็ว ทั้งหัวใจ ปอด ไต ม้าม จนลิ้นหัวใจรั่ว
ไม่ได้เป็นพยาิฺธิหนอนหัวใจ (ให้กินยากันอยู่เป็นประจำ) ไม่ได้เป็นพยาธิเม็ดเลือด (ผลเลือดบอกมาแบบนั้น)
แต่ไมรู้เหมือนกันว่าติดมาได้ยังไง กำลังหาคำตอบต่อไป เดาว่ามันชอบไล่จับหนู กิ้งก่า นก ฯลฯ ไม่รู้ว่าจับได้แล้ว เอามากินหรือเปล่า (เราไม่ได้เห็นกับตาอ่ะ แต่แม่เราเคยเห็นว่ามันคาบไปมา) เลยติดเชื้อเข้าไป ตัวอื่นก็ไล่จับนะ แต่ก็ไม่ได้กินเข้าไป ประมาณว่ากัดจนตายแล้วทิ้งซากไว้ให้เราดูประจำ -_-! ส่วนผลชิ้นเนื้อต่างๆ ต้องรออีก 3 สัปดาห์ถึงจะรู้ เฮ้อ
หลังจากผ่านเรื่องวุ่นๆมาทั้งวัน กลับถึงบ้าน 2 ทุ่ม ก็ทักทายลูกหมาแสนซน มันก็มางับเชือกรองเท้าเราอีก เฮ้อ แล้วก็หลับจน 4 ทุ่มกว่าจะตื่น เพราะมึนหัวมาก แม่เราเลยช่วยให้ลูกหมากินนมไป 1 กล่องใหญ่ (เพราะกล่องเล็กหมด) อาหารเม็ด 1 กำเล็ก แบบแยกกันไม่ปนกัน มันก็กินไปเล่นไป อู้ซะ และพอจะให้ไข่ต้มของโปรดอีก 1 ฟอง มันน่ารักมากเลย นั่งเรียบร้อยเชียว แม่หมาก็เหมือนกัน นั่งเรียบร้อย สงสัยอยากกินด้วย ก็แบ่งให้บ้างนิดหน่อย อิอิ
ตอนตี 1 เี่ราลงไปให้ลูกหมากินนม ใช้วิธีเดิมๆ แม่หมากินข้าวในคอกเล็กหน้ากรง และเอาไม้บังไว้ไม่ให้ลูกหมาเห็น ส่วนลูกหมากินข้างนอก แต่ก็พยายามจะเข้าไปหาแม่มันอยู่ดี พอแม่หมากินเสร็จก็ให้รีบออกไป ลูกหมามันถึงยอมกินนม กินไป 1 กล่องใหญ่ ก็อู้เล็กน้อยตามประสา แต่ก็กินหมด แล้วค่อยให้อาหารเม็ดอีก 1 กำใหญ่ รวดเดียวหมด แต่เราก็ไม่ได้ให้กินไข่อีก เพราะกินไปแล้วตอนหัวค่ำ หมอให้กินวันละฟองก็พอ ต่อมาเราฝึกคำสั่งนั่งอีกนิดหน่อย แต่มันเล่นมากว่าสนใจเรา ทำไม่ค่อยจะถูก เพราะนั่งผิดบ่อยมากๆ ก็ต้องแก้กันไป โดยหลอกให้มันยืนขึ้นใหม่ แล้วสั่งนั่งใหม่ แต่มันก็ไม่นั่งนี่สิ ไปเล่นอย่างอื่นแทนซะ เราก็เอาลูกบอลมาเล่นกับมัน งับดีมากนะเดี๋ยวนี้ แทบไม่ยอมปล่อยเลย บางทีมันก็เอาไม้ที่มันคาบมาจากไหนไม่รู้มางับอีก ซนมาก บางทีก็งับมืองับแขนงับขาจนเรานี่มีแต่รอยฟันลูกหมาเต็มไปหมด หลังจากนั้นก็ส่งลูกหมาตัวแสบและแม่หมาเข้ากรงไปนอน
February 19

ลูกหมาอายุ 63 วัน อั่งเปาจากไปแล้ว

อังคารที่ 19 กุมภา 2551
ตื่น 10 โมง 40 นาทีได้ ก็ขึ้นมาปั่นงานต่อ กินข้าวเที่ยงแล้วลงไปปล่อยแม่ลูกตัวแสบตอนบ่าย 2 ลูกหมาวันนี้หูตั้ง 2 ข้างแล้ว น่าัรักมากๆ ให้แม่หมาออกไปจากคอกก่อน และให้ลูกหมากินนม 1 กล่อง อาหารเม็ด 1 กำใหญ่ ค่อนข้างจะอู้หน่อย แต่ก็ยอมกินจนหมด ฝึกนั่งแค่นิดเดียว 2 - 3 ครั้ง ก็ทำได้ถูกต้องหมด ระหว่างมันกิน เราก็ถ่ายรูปมาด้วย เทียบขนาดตัวกับชามที่มันกินอยู่ และก็สั่งนั่ง มันก็นั่งนิ่งๆให้ถ่ายรูป สะดวกขึ้นกว่าเดิมเยอะ ที่ต้องวิ่งไล่ตามถ่ายรูป ไม่ได้เล่นลูกบอล ไว้ก่อน ไม่มีเวลา และพอเราเปิดคอกออกไปเพื่อไปล้างชามลูกหมา ลูกหมาก็วิ่งไปแย่ง Bulto กินมะม่วงเฉยเลย เสียววาบเลยเรา รีบตะโกนห้าม แต่ลูกหมามันก็แ่ย่งส่วนเมล็ดมาได้สำเร็จ เราเลยให้มันมากินภายในคอกจะปลอดภัยกว่า โดยมีแม่หมาอยู่ด้วย และเราก็ปิดช่องทางเข้าออกไว้หมดแล้ว 555
แต่เราก็ขึ้นมาอ่านหนังสือต่อข้างบนแล้วรู้สึกเป็นห่วงลูกหมาเลยตัดสินใจหยิบชีททั้งหมดลงไปอ่านข้างล่างนอกบ้าน ปล่อยลูกหมาแม่หมาออกมา และเราก็นั่งเฝ้าลูกหมา โดยอ่านๆไปก็เงยหน้าขึ้นมามองหาลูกหมาเป็นระยะๆ

ล่าสุดเมื่อกี้นี้ อั่งเปาจากเราไปแล้วอ่ะ พูดอะไรไม่ออกแล้ว

...To be continued

ลูกหมาอายุ 62 วัน พาอั่งเปาไปรพ.รอบ 2

จันทร์ที่ 18 กุมภา 2551---ยังไม่เสร็จ ไม่ต้องอ่านก็ได้
ตื่นเพราะได้ยินเสียงพ่อบอกแม่ว่า อั่งเปาอาการไม่ดีเลย ก็ตัดสินใจพาอั่งเปาไปโรงพยาบาลสัตว์เล็กของจุฬาฯอีกรอบดีกว่า
กลับถึงบ้านประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ให้ Melody กินนม 1 กล่อง อาหารเม็ด 1 กำใหญ่ ฝึกท่านั่งด้วยไข่ต้ม 1 ฟอง นั่งได้ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่
รอบดึกเที่ยงคืน กินนม 1 กล่อง อาหารเม็ดครึ่งกำเล็ก และเล่นบอลหลายรอบ วิ่งไปมา


อันนี้ copy คำตอบมาจากเว็บบอร์ดมาแปะไว้เฉยๆนะ ยังไม่ใช่รายละเอียดที่เราอยากจะเล่าทั้งหมด ไว้งานเสร็จแล้วจะมาเล่าต่อนะ ขอโทษด้วยนะ ยังไม่ต้องอ่านก็ได้

อั่งเปาไม่เคยป่วยเลย มีแต่เคยเป็นแผลนิดหน่อย จากการที่มันถูกตัวที่แก่กว่ากัดเอาเวลามันดื้อเท่านั้น

และคราวนี้ ประมาณวันที่ 5-6 กพ อั่งเปาก็ขาบวมเล็กน้อยข้างหนึ่ง(จำไม่ได้ว่าขาไหน) ทำให้ซึมๆไป 2 วัน เท่าที่ดู ไม่พบรอยถูกกัดเหมือนทุกที แต่พอให้กินยาแก้อักเสบและลดบวมไป และสังเกตอาการของมัน มันก็กลับมาดีขึ้น ร่าเริงเหมือนเดิมทุกอย่าง
สัปดาห์ต่อมา วันที่ 13-14 กพ มันก็ขาหลังซ้ายบวมอีกแล้ว และซึมเหมือนเดิม เลยให้กินยาเหมือนเดิม และแยกให้พักผ่อนที่คอกหลังบ้าน
วันต่อมาก็ยังไม่ดีขึ้น ยังคงซึมเหมือนเดิม กินข้าวบ้างแต่น้อยเลย พ่อเลยให้น้ำเกลือเข้าใต้ผิวหนัง (ที่บ้านเคยทำมาแล้ว สมัย Bulto ป่วย หรือหมาตัวอื่นๆป่วย) มันดูมีแรงมากขึ้น แต่ยังไม่ร่าเริงเหมือนเดิมเท่าไหร่ รอดูอาการประมาณ 2-3 วัน ก็ยังคงเป็นแบบนี้เหมือนเดิม เดินเป๋ๆแบบหมดแรง แถมบางวันก็อ้วก กินได้น้อยลง จึงตัดสินใจกันว่า วันเสาร์จะพามันไปหาสัตวแพทย์ที่รู้จักกัน (รักษา Bulto จนหายมาแล้ว) ในตอนเย็น (เพราะหมอว่างตอนเย็น)

ในวันเสาร์นั้น ขาหลังยังคงบวมเหมือนเดิม และขาหน้าขวาก็บวมเพิ่มขึ้นมาด้วย ซึมเหมือนเดิม ข้าวไม่ค่อยจะยอมกินแ้ล้ว อาหารเม็ดก็ไม่ค่อยกินเหมือนกัน เดินก็เป๋ เหมือนจะล้มเพราะไม่มีแรงตลอด แต่เนื่องจากหมอติดธุระกระทันหัน จึงมาไม่ได้ จึงเปลี่ยนใหม่เป็นถ่ายรูปและส่งหมอดูแทนก่อน เมื่อหมอดูรูปจึงบอกว่า ให้พาไปที่โรงพยาบาลสัตว์เล็กในวันอาทิตย์เพื่อ X-ray และเจาะเลือดตรวจดู เพราะสงสัยว่ากระดูกมีปัญหาหรือร่างกายเกิดไม่สมดุลเหมือน Bulto หรือเปล่า

วันอาทิตย์จึงพาอั่งเปาไปโรงพยาบาล แต่หมอที่ตรวจบอกว่า ไม่น่าจะเกิดจากกระดูก แต่สงสัยเป็นพยาธิเม็ดเลือดมากกว่า เพราะคลำดูแล้วต่อมน้ำเหลืองโต ไข่ก็บวมด้วย จึงได้เจาะเลือดและบอกให้กลับบ้านไปก่อน รอผลเลือดออกวันต่อมา ตอนเย็นก็พาไปหาหมอที่รู้จักกันอีกรอบ วันนั้นก็อ้วกที่คลินิกเขาอีก คืนวันนั้น อั่งเปาอาการแย่ลงอย่างมาก เดินก็เป๋กว่าเดิมอีก แม้ตั้งแต่ให้น้ำเกลือมาทุกวันวันนี้ก็ดูไม่ดีขึ้นเลย จึงเป็นห่วงมาก และได้ตัดสินใจพาไปหาหมออีกครั้งในเช้าวันต่อมา

วันจันทร์หนูกับแม่ก็พามันไปตรวจแบบเต็มที่ทุกอย่างตั้งแต่เช้า 8 โมง ทั้งX-ray ดูปอด ดูอวัยวะต่างๆในร่างกาย หมอบอกว่า ปอดชื้นนะ ไตก็อักเสบ เลยให้มาที่แผนกไตเพื่อรักษาไตก่อน (ตอนนั้นผลเลือดเมื่อวานบอกว่า เม็ดเลือดแดงต่ำกว่าปกติ 2 เท่า เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ 3 เท่า และค่าไตสูงเกินไป เดิมน่าจะไม่เกิน 2 แต่อั่งเปาล่อไป 4 ได้ ถ้าจำไม่ผิด แต่ผลยังไ่ม่ออกเรื่องพยาธิเม็ดเลือดอีก) พอมาแผนกไต ก็ให้น้ำเกลือผสมยาสำหรับสุนัขโรคไต ซึ่งต้องมาให้แบบนี้ทุกวัน วันละขวด นอกจากนี้ฉีดยาแก้คลื่นไส้ ยาแก้อักเสบ ยาแก้หวัด(เพราะเห็นว่ามีน้ำมูกด้วย)ฮอร์โมนเร่งสร้างเม็ดเลือดแดง เพราะเห็นว่าเลือดจาง และเจาะเลือดตรวจเิพิ่มด้วย หมอก็แนะนำวิธีดูแลให้เพิ่มด้วยว่า น้ำเกลือให้ทางใต้ผิวหนังอาจได้ประโยชน์น้อยกว่าให้เข้าเส้นเลือดเลย แต่ต้องให้ช้าๆหน่อย เพราะตอนนี้ร่างกายอ่อนแอ เดี๋ยวจะรับไม่ไหว และเราก็เฝ้ามันที่โรงพยาบาลทั้งวัน เอาชีทไปอ่านสอบด้วย มันก็หลับๆตื่นๆ คงเพราะปวดฉี่ แต่พอดีสอนมันให้ฉีดเฉพาะในสนามหญ้า มันเลยไม่ยอมฉี่ที่อื่นเลย จนมันปวดทนไม่ไหว ก็ฉี่ราดไป หมอเลยตัดสินใจสวนฉี่ออกให้ และนำฉี่ไปตรวจด้วย ผลเลือดที่เจาะเพิ่มเป็นแบบผลออกทันที บอกว่าไม่ได้เป็นพยาธิหัวใจ ไม่ได้เป็นพยาธิเม็ดเลือดชนิดชื่ออะไรสักอย่าง แต่เนื่องจากพยาธิเม็ดเลือดที่หลายชนิดจึงต้องรอผลตรวจที่เจาะไปที่ส่งไปเพื่อตรวจปรสิตโดยเฉพาะอีกครั้ง เฝ้าจนถึง 1 ทุ่มเกือบ 2 ทุ่มจึงได้กลับบ้าน กลับมามันก็ยังอาการเหมือนเดิม ไม่ดีขึ้นอีกเช่นกัน

วันอังคาร เนื่องจากยังไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ และงานที่ต้องส่งวันรุ่งขึ้นยังไม่เสร็จด้วย จึงเปลี่ยนให้พ่อกับแม่ไปเฝ้าแทน ซึ่งวันนี้เนื่องจากได้เริ่มให้น้ำเกลือเร็วกว่าเมื่อวานจึงได้กลับบ้านตั้งแต่บ่าย 3 โมง (เมื่อวานเริ่มให้ตอนเที่ยง แต่วันนี้ให้ตั้งแต่เช้าเลย) แต่พอกลับถึงบ้าน ระหว่างที่เรานั่งอ่านหนังสือพร้อมกับเฝ้าลูกหมาที่นอกบ้าน พอเห็นอั่งเปากลับมา มันลงมาเดินแบบผิดปกติคือ ขาหลังของมันใช้หลังเท้าลงพื้น พอเดินไปแค่ไม่กี่เท้า ก็ล้มลงไปที่พื้นต่อหน้าต่อตาพ่อแม่เลย ส่วนหนูพอดีดูแลลูกหมาอยู่ในคอก แต่ไม่ห่างจากจุดที่อั่งเปาล้มเท่าไหร่ มีแค่รถบังสายตาอยู่เท่านั้น มันก็ลิ้นซีด พ่อแม่พยายามปั้มหัวใจระหว่างที่หนูรีบโทรหาหมอ พอโทรได้หมอบอกให้ขับพามาที่ิคลินิกใกล้บ้านเลย(ประมาณ 10-15 นาทีถึง เพราะขึ้นกับเจอไฟแดงหรือไม่) เพราะหมออยู่ที่นั่นพอดี ระหว่างพ่อแม่ขับรถไป ก็ปั้มหัวใจอยู่ตลอดทาง พอดีหนูไม่สามารถออกไปได้ทันที เพราะยังอยู่ในชุดอยู่บ้าน เลยไม่ได้ไปด้วย ได้แต่รอผลและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ขอให้อั่งเปาฟื้น แต่ชั่วโมงนึงผ่านไป พ่อแม่โทรกลับมาบอกว่า อั่งเปาจากไปแล้ว ช่วยได้ไม่ทันแล้ว ทั้งปั้มหัวใจ ทั้งฉีดอะดีนาลีนให้ ก็สายไปเสียแล้ว ทั้งที่วันนี้ซื้อยากลับมา กะว่าวันต่อไปไม่้ต้องพามันไปโรงพยาบาล จะผสมยาให้น้ำเกลืออั่งเปาที่บ้านเอง จึงบริจาคนั้นให้ทางคลินิกไป และส่งอั่งเปาไปชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง

ในวันศุกร์จึงได้นัดสัตวแพทย์มาช่วยเจาะเลือดที่บ้านทั้ง 5 ตัว และรับศพอั่งเปากลับมาที่บ้านเพื่อฝัง โดยได้โรยปูนขาวไว้ด้วย
และผลเลือดที่ได้คือ เลือดของตัวเมียอายุเกือบ 7 ขวบ เลือดใช้ตรวจไม่ได้ แต่ตัวอื่นไม่มีตัวไหนติดเชื้อแน่นอน แม่หมาและลูกหมาปกติทุกอย่าง ส่วนตัวผู้ 2 ตัวที่เหลือ ตัวแก่(7ขวบพอดี)ค่าไตสูงนิดหน่อย เพราะแก่แล้ว ส่วน Bulto ก็เหมือนกันค่าไตสูงนิดหน่อย (ผลพวงมาจากที่มันป่วยครั้งนั้น)


 
Photo 1 of 292