JinG's profilePongo's space PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 01

    The end of my puppies' story

    วันนี้เป็นวันที่ 29 กุมภา 2551 ก็จริง ซึ่งเรากลับมาหลังจากค้างบ้านปลาอยู่ 5 วัน 4 คืนเมื่อวานนี้ และพบกับความจริงที่ว่า เราไม่เหลือลูกหมาให้ดูแลอีกต่อไปแล้ว เพราะ Melody ได้ตายไปตั้งแต่วันอังคารที่ 26 กุมภา ด้วยวัย 70 วันพอดี สุดท้ายทายาทตัวเดียวที่เหลือของอั่งเปาก็จากไปอีก เดือนนี้ทั้งเดือน หมาบ้านเราตาย 3 ตัว ถ้านับทั้งปี หมาบ้านเราตายไป 4 ตัวแล้ว


    อันนี้แปะคำตอบที่เราพิมพ์ไว้ในเว็บบอร์ดหมามาไว้ก่อน แล้วจะเขียนละเอียดอีกที ตอนนี้ต้องขอทำงานให้เสร็จก่อน เพื่อไม่ให้ Melody ตายเปล่า

    หลังจากที่ไปค้างบ้านเพื่อนมา 4 คืน เพิ่งกลับมาเมื่อคืนนี้
    เพราะจำเป็นต้องไปทำโปรแกรมมือถือเพื่อมาขาย หลังจากที่เลื่อนวันส่งเขามาหลายรอบแล้ว ไม่สามารถเลื่อนได้อีกต่อไป ทำให้หนูจำเป็นต้องไปค้างบ้านเพื่อน
    แต่หลังจากกลับมา ก็พบกับความจริงที่ว่า ลูกหมาตัวสุดท้าย ก็ได้ถูกฆ่าตายอย่างเหลือเชื่ออีกเช่นกัน
    เหตุการณ์ที่พ่อแม่หนูเล่าให้ฟังก็คือ
    ตอนเช้าของวันอังคารที่ 26 กพ ได้ขังลูกหมาและแม่หมาไว้ในกรง ที่มีแผงเหล็กกั้นล้อมรอบอีกที มีไม้กั้นบังสายตาข้างนอกและกั้นเป็นประตูเข้าออกด้วย กรงก็ล็อคอย่างดีแล้วแน่นอน เพราะกลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอย จึงป้องกันไว้หลายชั้นมาก
    แต่ตอนเย็นเมื่อกลับบ้านมา ไม้กั้นปิดถูกแง้มออกเล็กน้อย ประตูกรงปิดดีเหมือนเดิม แม่หมาอยู่ในกรง แต่ประตูเล็กที่ไว้ใส่ชามอาหารเข้าไปเปิดออกมา ชามก็หล่นกระเด็นออกมาด้วย และลูกหมานอนตายอยู่นอกกรงและนอกแผงเหล็กที่กั้น แต่ยังอยู่ในบริเวณคอก ทั้งที่พ่อแม่ยืนยันว่าปิดแน่นดีแล้วแน่ๆ แต่เหมือนกับว่าหมามันตะกุยเปิดออกจนได้และกัดหัวลูกหมาลากออกมาจากช่องนั้น ทำให้ข้อต่อคอหลุดและตายทันที แม่หมาก็ปกป้องลูกมันไม่ได้ เพราะมันเองก็อยู่ในกรงเหมือนเดิม ไม่กี่วันก่อนหนูไปค้างบ้านเพื่อน หนูเคยทดลองบอกให้มันพยายามปีนออกมาจากช่องนั้นเองด้วยซ้ำ เพราะเหมือนมีลางสังหรณ์ว่ามันจะแอบปีนออกมาเอง แต่มันก็ปีนออกมาไม่ได้แน่ๆ

    หนูคงไม่มีหน้าจะเลี้ยงลูกหมาหรือหมาอีกต่อไปแล้ว เพราะลูกหมาแค่นี้หนูยังดูแลไม่ได้ดีเพียงพอ จนทำให้เขาต้องตายจากไปกันหมด แม้แต่พ่อหมาก็จากไปอีก
    ตอนนี้เหลือตัวผู้และตัวเมียอายุประมาณ 7 ขวบ และตัวผู้และตัวเมียอายุประมาณ 2 ขวบครึ่ง ทั้งหมด 4 ตัว
    ตัวแม่หมาไม่ได้เป็นตัวที่ฆ่าลูกมันแน่ๆ จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น (ตัวเมียอายุ 2 ขวบครึ่งเกือบ 3 ขวบ)
    แต่เหลืออีก 3 ตัวที่หนูสงสัยว่าเป็นฆาตกรโหด (เริ่มไม่แน่ใจว่าเลี้ยงหมาหรือเลี้ยงปีศาจไว้กันแน่) ก็คงอาจจะไม่มีใครอยากรับเลี้ยงอีกแน่เช่นกัน
    แม้แต่ตัวที่หนูรักที่สุด และฝากความหวังกับมันไว้มาก ว่าเป็นสุนัขที่ดี เชื่อฟัง และเฝ้าบ้านเก่ง (ตัวผู้ 7 ขวบ) นอกนั้นแต่ละตัวก็ไม่ได้เป็นสุนัขที่ก้าวราวเลย หนูยังไว้ใจมันไม่ได้อีกต่อไป
    แล้วหนูจะทำอย่างไรต่อไปดีคะ Cry Cry Cry Cry Cry Cry Cry Cry

    หลายคนบอกว่าน่าจะเพราะมันอิจฉาหรือเปล่า ถึงได้ทำขนาดนี้ แต่เพราะหนูกลัวว่าลูกหมาตัวสุดท้ายนี้จะลงเอยแบบเดียวกับ Dumbo หนูเลยพยายามเฝ้าดูให้มันอยู่ในสายตาตลอดเวลา แม้แต่ช่วงอ่านหนังสือ หนูก็ลงมาเฝ้ามันด้วย อ่านหนังสือด้วย (จนแทบไม่ได้อ่านเลยก็ว่าได้) สุดท้ายก็ยังคงเป็นแบบนี้
    หนูคงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเลี้ยงหมาได้จริงๆ ขอโทษทุกๆท่านด้วย ที่อาจจะผิดหวังในตัวหนูมาก หนูเองก็ผิดหวังที่ตัวเองไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจริงๆ


    ----
    เราเองรู้สึกผิดมากที่ปกป้องลูกหมาของตัวเองไม่ได้ แม้ว่าจะทำทุกวิธีทางแล้วก็ตาม แต่แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นตามที่เคยมีลางสังหรณ์ว่าไม่ควรไปค้างบ้านเพื่อนเลยรอบนี้ หรือแม้ว่าค้างแล้วควรกลับมาเยี่ยมมันสักครั้งก่อน แต่ที่ไปค้างเพราะความจำเป็นหลายๆอย่าง ถ้าไม่ค้าง งานที่สัญญาว่าจะทำให้เสร็จ ก็ไม่มีทางทำเสร็จแน่ๆ และถ้ารอบนี้ไม่เสร็จ ไม่ใช่แค่ตัวเราที่เสียหาย เพื่อนๆก็เสียหาย ผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆก็เสียหายกันหมด เราเลยหมดหนทางเลือกอื่น
    สุดท้ายเราูก็ติดธุระ เพราะมีเพื่อนทักว่าให้รีบสมัครขอทุนเพื่อเรียนป.โท เราก็มัวแต่ติดต่อเรื่องทุนที่จะขอ จนทำให้ไม่ได้กลับมาหามันดังที่กะเอาไว้ ดูเหมือนเราจะเห็นแก่ตัว ไม่สนใจลูกหมาเพียงพอ จนเราต้องมาเสียใจทีหลังว่า ถ้าวันนั้นเรากลับมา อย่างน้อยจะได้เจอหน้ามันและเล่นกับมันอีกสักครั้ง หรืออาจจะไม่แค่นี้ ถ้าหนูกลับมาบ้านสักหน่อย หมาตัวโตตัวอื่นจะได้รู้ว่า เรายังอยู่ และพร้อมที่จะปกป้องลูกหมา ฉะนั้นห้ามทำร้ายหรือรังแกมันนะ ลูกหมาก็อาจจะรอดและยังอยู่กับเราก็ได้

    ตั้งแต่เริ่มสังเกตเห็นหมาตัวเองท้อง จนต่อมามันคลอด ลูกหมาเกิดขึ้นมาตั้ง 9 ตัว ก็รู้สึกดีใจมากๆ แต่เรารู้ตัวว่า มีชีวิตที่เราต้องรับผิดชอบและดูแลมันเพิ่มขึ้นมาตั้งหลายตัว ต่อไปเราคงต้องเหนื่อยแน่ๆ

    ลูกหมาพวกนี้ ทำให้เราลืมเรื่องทุกข์ใจหลายๆเรื่อง และเป็นสาเหตุที่ทำให้เราอยากอยู่บ้านมากกว่าออกไปไหน หรือถ้าเราจำเป็นต้องออกไป เพื่อไปเรียนหรือทำธุระอะไร ก็อยากกลับบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อมาดูแลลูกหมาเหล่านี้ ให้เติบโตและแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรามีความสุขมากที่ได้เลี้ยงดูพวกมัน เคยวาดฝันอยากจะทำกิจกรรมต่างๆกับมัน และอื่นๆอีกหลายอย่าง แม่เราบอกว่าตั้งแต่มีลูกหมาเิกิดมา เราเปลี่ยนไปมาก ดูเรามีความสุขมากขึ้น แม้ว่าจะเหนื่อยมากขึ้นหลายเท่าก็ตาม เพราะงานประจำที่ต้องทำอยู่เดิมทั้งเรียนทั้งโปรเจคทั้งสอบ แถมต้องดูแลลูกหมาอีก แต่ต่อมาก็เจอเรื่องร้ายๆที่ลูกหมาค่อยๆจากไปจนหมดก็จริง แม้แต่พ่อหมาอั่งเปาก็จากไป แต่เราต้องลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้ และมุ่งหน้าใช้ชีวิตต่อไป