JinG's profilePongo's space PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 01

    The end of my puppies' story

    วันนี้เป็นวันที่ 29 กุมภา 2551 ก็จริง ซึ่งเรากลับมาหลังจากค้างบ้านปลาอยู่ 5 วัน 4 คืนเมื่อวานนี้ และพบกับความจริงที่ว่า เราไม่เหลือลูกหมาให้ดูแลอีกต่อไปแล้ว เพราะ Melody ได้ตายไปตั้งแต่วันอังคารที่ 26 กุมภา ด้วยวัย 70 วันพอดี สุดท้ายทายาทตัวเดียวที่เหลือของอั่งเปาก็จากไปอีก เดือนนี้ทั้งเดือน หมาบ้านเราตาย 3 ตัว ถ้านับทั้งปี หมาบ้านเราตายไป 4 ตัวแล้ว


    อันนี้แปะคำตอบที่เราพิมพ์ไว้ในเว็บบอร์ดหมามาไว้ก่อน แล้วจะเขียนละเอียดอีกที ตอนนี้ต้องขอทำงานให้เสร็จก่อน เพื่อไม่ให้ Melody ตายเปล่า

    หลังจากที่ไปค้างบ้านเพื่อนมา 4 คืน เพิ่งกลับมาเมื่อคืนนี้
    เพราะจำเป็นต้องไปทำโปรแกรมมือถือเพื่อมาขาย หลังจากที่เลื่อนวันส่งเขามาหลายรอบแล้ว ไม่สามารถเลื่อนได้อีกต่อไป ทำให้หนูจำเป็นต้องไปค้างบ้านเพื่อน
    แต่หลังจากกลับมา ก็พบกับความจริงที่ว่า ลูกหมาตัวสุดท้าย ก็ได้ถูกฆ่าตายอย่างเหลือเชื่ออีกเช่นกัน
    เหตุการณ์ที่พ่อแม่หนูเล่าให้ฟังก็คือ
    ตอนเช้าของวันอังคารที่ 26 กพ ได้ขังลูกหมาและแม่หมาไว้ในกรง ที่มีแผงเหล็กกั้นล้อมรอบอีกที มีไม้กั้นบังสายตาข้างนอกและกั้นเป็นประตูเข้าออกด้วย กรงก็ล็อคอย่างดีแล้วแน่นอน เพราะกลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอย จึงป้องกันไว้หลายชั้นมาก
    แต่ตอนเย็นเมื่อกลับบ้านมา ไม้กั้นปิดถูกแง้มออกเล็กน้อย ประตูกรงปิดดีเหมือนเดิม แม่หมาอยู่ในกรง แต่ประตูเล็กที่ไว้ใส่ชามอาหารเข้าไปเปิดออกมา ชามก็หล่นกระเด็นออกมาด้วย และลูกหมานอนตายอยู่นอกกรงและนอกแผงเหล็กที่กั้น แต่ยังอยู่ในบริเวณคอก ทั้งที่พ่อแม่ยืนยันว่าปิดแน่นดีแล้วแน่ๆ แต่เหมือนกับว่าหมามันตะกุยเปิดออกจนได้และกัดหัวลูกหมาลากออกมาจากช่องนั้น ทำให้ข้อต่อคอหลุดและตายทันที แม่หมาก็ปกป้องลูกมันไม่ได้ เพราะมันเองก็อยู่ในกรงเหมือนเดิม ไม่กี่วันก่อนหนูไปค้างบ้านเพื่อน หนูเคยทดลองบอกให้มันพยายามปีนออกมาจากช่องนั้นเองด้วยซ้ำ เพราะเหมือนมีลางสังหรณ์ว่ามันจะแอบปีนออกมาเอง แต่มันก็ปีนออกมาไม่ได้แน่ๆ

    หนูคงไม่มีหน้าจะเลี้ยงลูกหมาหรือหมาอีกต่อไปแล้ว เพราะลูกหมาแค่นี้หนูยังดูแลไม่ได้ดีเพียงพอ จนทำให้เขาต้องตายจากไปกันหมด แม้แต่พ่อหมาก็จากไปอีก
    ตอนนี้เหลือตัวผู้และตัวเมียอายุประมาณ 7 ขวบ และตัวผู้และตัวเมียอายุประมาณ 2 ขวบครึ่ง ทั้งหมด 4 ตัว
    ตัวแม่หมาไม่ได้เป็นตัวที่ฆ่าลูกมันแน่ๆ จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น (ตัวเมียอายุ 2 ขวบครึ่งเกือบ 3 ขวบ)
    แต่เหลืออีก 3 ตัวที่หนูสงสัยว่าเป็นฆาตกรโหด (เริ่มไม่แน่ใจว่าเลี้ยงหมาหรือเลี้ยงปีศาจไว้กันแน่) ก็คงอาจจะไม่มีใครอยากรับเลี้ยงอีกแน่เช่นกัน
    แม้แต่ตัวที่หนูรักที่สุด และฝากความหวังกับมันไว้มาก ว่าเป็นสุนัขที่ดี เชื่อฟัง และเฝ้าบ้านเก่ง (ตัวผู้ 7 ขวบ) นอกนั้นแต่ละตัวก็ไม่ได้เป็นสุนัขที่ก้าวราวเลย หนูยังไว้ใจมันไม่ได้อีกต่อไป
    แล้วหนูจะทำอย่างไรต่อไปดีคะ Cry Cry Cry Cry Cry Cry Cry Cry

    หลายคนบอกว่าน่าจะเพราะมันอิจฉาหรือเปล่า ถึงได้ทำขนาดนี้ แต่เพราะหนูกลัวว่าลูกหมาตัวสุดท้ายนี้จะลงเอยแบบเดียวกับ Dumbo หนูเลยพยายามเฝ้าดูให้มันอยู่ในสายตาตลอดเวลา แม้แต่ช่วงอ่านหนังสือ หนูก็ลงมาเฝ้ามันด้วย อ่านหนังสือด้วย (จนแทบไม่ได้อ่านเลยก็ว่าได้) สุดท้ายก็ยังคงเป็นแบบนี้
    หนูคงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเลี้ยงหมาได้จริงๆ ขอโทษทุกๆท่านด้วย ที่อาจจะผิดหวังในตัวหนูมาก หนูเองก็ผิดหวังที่ตัวเองไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจริงๆ


    ----
    เราเองรู้สึกผิดมากที่ปกป้องลูกหมาของตัวเองไม่ได้ แม้ว่าจะทำทุกวิธีทางแล้วก็ตาม แต่แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นตามที่เคยมีลางสังหรณ์ว่าไม่ควรไปค้างบ้านเพื่อนเลยรอบนี้ หรือแม้ว่าค้างแล้วควรกลับมาเยี่ยมมันสักครั้งก่อน แต่ที่ไปค้างเพราะความจำเป็นหลายๆอย่าง ถ้าไม่ค้าง งานที่สัญญาว่าจะทำให้เสร็จ ก็ไม่มีทางทำเสร็จแน่ๆ และถ้ารอบนี้ไม่เสร็จ ไม่ใช่แค่ตัวเราที่เสียหาย เพื่อนๆก็เสียหาย ผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆก็เสียหายกันหมด เราเลยหมดหนทางเลือกอื่น
    สุดท้ายเราูก็ติดธุระ เพราะมีเพื่อนทักว่าให้รีบสมัครขอทุนเพื่อเรียนป.โท เราก็มัวแต่ติดต่อเรื่องทุนที่จะขอ จนทำให้ไม่ได้กลับมาหามันดังที่กะเอาไว้ ดูเหมือนเราจะเห็นแก่ตัว ไม่สนใจลูกหมาเพียงพอ จนเราต้องมาเสียใจทีหลังว่า ถ้าวันนั้นเรากลับมา อย่างน้อยจะได้เจอหน้ามันและเล่นกับมันอีกสักครั้ง หรืออาจจะไม่แค่นี้ ถ้าหนูกลับมาบ้านสักหน่อย หมาตัวโตตัวอื่นจะได้รู้ว่า เรายังอยู่ และพร้อมที่จะปกป้องลูกหมา ฉะนั้นห้ามทำร้ายหรือรังแกมันนะ ลูกหมาก็อาจจะรอดและยังอยู่กับเราก็ได้

    ตั้งแต่เริ่มสังเกตเห็นหมาตัวเองท้อง จนต่อมามันคลอด ลูกหมาเกิดขึ้นมาตั้ง 9 ตัว ก็รู้สึกดีใจมากๆ แต่เรารู้ตัวว่า มีชีวิตที่เราต้องรับผิดชอบและดูแลมันเพิ่มขึ้นมาตั้งหลายตัว ต่อไปเราคงต้องเหนื่อยแน่ๆ

    ลูกหมาพวกนี้ ทำให้เราลืมเรื่องทุกข์ใจหลายๆเรื่อง และเป็นสาเหตุที่ทำให้เราอยากอยู่บ้านมากกว่าออกไปไหน หรือถ้าเราจำเป็นต้องออกไป เพื่อไปเรียนหรือทำธุระอะไร ก็อยากกลับบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อมาดูแลลูกหมาเหล่านี้ ให้เติบโตและแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรามีความสุขมากที่ได้เลี้ยงดูพวกมัน เคยวาดฝันอยากจะทำกิจกรรมต่างๆกับมัน และอื่นๆอีกหลายอย่าง แม่เราบอกว่าตั้งแต่มีลูกหมาเิกิดมา เราเปลี่ยนไปมาก ดูเรามีความสุขมากขึ้น แม้ว่าจะเหนื่อยมากขึ้นหลายเท่าก็ตาม เพราะงานประจำที่ต้องทำอยู่เดิมทั้งเรียนทั้งโปรเจคทั้งสอบ แถมต้องดูแลลูกหมาอีก แต่ต่อมาก็เจอเรื่องร้ายๆที่ลูกหมาค่อยๆจากไปจนหมดก็จริง แม้แต่พ่อหมาอั่งเปาก็จากไป แต่เราต้องลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้ และมุ่งหน้าใช้ชีวิตต่อไป
    February 24

    ลูกหมาอายุ 67 วัน จอมซนจอมขุด

    เสาร์ที่ 23 กุมภา 2551
    ตื่นบ่ายโมงครึ่งอ่ะวันนี้ ตื่นมาก็ลงไปหาลูกหมาตอนบ่าย 2 หน่อยๆ ให้ลูกหมากินนมไปพลาง เราวิ่งขึ้นมาดูทีวี พอพักโฆษณาก็ลงไปใหม่ ต้องบังคับขู่เข็ญอีกเหมือนเดิม แต่ก็สรุปกินหมดไป 1 กล่องใหญ่ และก็ใส่อาหารเม็ดให้ 1 กำใหญ่อีกเช่นกัน ลงไปอีกทีก็หมด ทีอาหารเม็ดไม่ต้องบังคับเลย แต่เราก็รู้สึกว่าให้น้อยไปหรือเปล่า เลยไปดูที่ฉลากของถุงอาหารเม็ด บอกว่าให้กินประมาณ 300 กรัมต่อวันนะ ถ้าอายุเท่านี้ (จำตัวเลขชัวร์ๆไม่ได้) ซึ่ง 1 กำใหญ่ของเรา เท่ากับ 50 กรัม กินได้วันละ 200 กรัมเองถ้าให้ 4 มื้อ แสดงว่าน้อยไปหน่อย หลังจากนั้นเราก็ให้อาหารเม็ดอีก 1 กำเล็กๆ มันก็ไม่ค่อยสนใจกินแล้ว อยากจะเล่นมากกว่า ก็โอเค บังคับให้กินก่อน แล้วก็ให้กินไข่ต้มเฉพาะไข่แดงอีกหน่อย กินได้หน่อยเดียวก็ไม่กินแล้ว จะฝึกคำสั่งหมอบซะหน่อย เพิ่งทบทวนนั่งได้แค่นั้น เลยเล่นๆกับมันสักพัก เอาบอลมาเล่น แย่งไม้กับมันบ้าง เดี๋ยวนี้แรงมันเยอะขึ้น กัดก็เจ็บขึ้น โดนมันกัดเป็นรอยแดงเต็มมือ แขน ขาไปหมด บางทีกลัวเสื้อผ้าจะเป็นรูเอาเนี่ย และก็ให้แม่หมากับลูกหมาอยู่ด้วยกันในคอกไปก่อน ระหว่างเราแวะขึ้นมากินข้าวเที่ยงตอนบ่าย 3 กว่า (สั่งข้าวร้านหน้าบ้านแล้วมาส่งช้ามาก หิวแทบแย่)
    ประมาณ 4 โมงครึ่ง เราลงไปปล่อยแม่ลูกออกมาเดินเล่นข้างนอกคอก มันก็วิ่งเล่นรอบบ้านเลย เริ่มตั้งแต่แม่ลูกพากันไปตรงใกล้ๆอดีตบ่อปลา ซึ่งแม่หมาก็โดดลงบ่อที่ไม่มีน้ำ ลูกหมาก็ได้แต่ยืนงงๆ แล้วหนูจะลงไปไงเนี่ย ลึกนะเนี่ยสำหรับลูกหมา แล้วก็ไปตรงที่ฝังศพอั่งเปา เห็นแล้วก็คิดถึงมันอีก ลูกหมาตัวแสบก็ขึ้นไปบนหลุมศะอั่งเปาแล้วจะเริ่มขุด เราต้องรีบคว้าตัวออกมา ซนจริงๆ และก็เดินไปทางสนามหญ้า ลูกหมาก็เดินตามแม่หมาไปเรื่อยๆ ดมๆเลียนแบบแม่มัน แล้วก็คุ้ยกองขี้เถ้าที่เผาหญ้าไปตอนนั้นเล่นซะ ต่อมาก็เดินไปตรงที่กินน้ำ ลูกหมาก็ไปขุดๆหลุมที่มันกับ Dumbo เคยเล่นด้วยกันอีก ขุดไปขุดมา เจ้า Bulto ก็เดินไปดูว่าลูกหมามันทำอะไร เจ้า Melody ก็เล่นแหย่กวนประสาทเขาอีก เกือบโดนแง่งไปตามระเบียบ เราต้องรีบห้าม Bulto ว่าเล่นเบาๆหน่อย (ความจริงอยากให้เอ๋งสักที จะได้เข็ด แต่มันยังเล็กไป เรากลัว) แล้วมันก็มุดหนีไปใต้แทงค์น้ำ ตอนนี้ท่าทางจะเริ่มมุดยากขึ้นเพราะมันตัวโตขึ้นมากแล้ว เห็นแล้วก็ขำดี สงสัยจะไม่รู้ตัว ป้า Lassie ก็มาร่วมวงด้วย เราเลยช่วยซ้ำเติม เอ้ย ไม่ใช่  ช่วยกันไม่ให้ตัวโตรุมตัวเล็ก และมันก็มุดหนีออกมา จะเดินไปทางหลังบ้านอีก เราก็เรียกมันกลับมา เพราะยังไม่อยากให้ไปตรงนั้นเท่าไหร่ อั่งเปาเพิ่งตาย ไม่รู้มีเชื้อโรคแถวนั้นเยอะเกินไปสำหรับลูกหมามั้ย ตอนแรกเจ้าตัวแสบไม่ยอมกลับมา ทำท่าอยากไปต่อ พอดีแม่หมามา เลยบอกให้มันไปตามลูกมันกลับมา ก็ดีแฮะ คราวนี้ลูกหมายอมเดินตามแม่มันกลับมาโดยดี เราก็สบายหน่อย มีแม่หมากับป้า Lassie คอยเป็นหูเป็นตาลูกหมาอีกแรง คราวนี้ก็ไปซนในสนามหญ้า แล้วก็ไปคุ้ยๆกองขี้เถ้าอีกกอง ตอนแรกแม่มันนอนบนกองขี้เถ้าลูกหมาก็ดมๆแล้วก็จาม (สมน้ำหน้า) และคราวนี้ฝุ่นฟุ้งเลย ก็ยิ่งจะขุดๆุคุ้ยๆอีก แม่มันก็ช่วยขุดอีก เอาเข้าไป แทบจะตัวขาวเลย เราสุดท้ายก็พาตัวแสบออกมา ให้กลับเข้ากรงดีกว่า ระหว่างที่เฝ้าลูกหมา เราก็ตามถ่ายรูปไปด้วย เดี๋ยวไม่ได้เล่นกับมันอีกหลายวันเลย คงคิดถึงมันแย่ (มันจะคิดถึงเราป่าว ก็ไม่รู้แฮะ) สรุปก็ส่งแม่หมาและลูกเข้ากรงตอน 5 โมงครึ่งกว่าๆ และเตรียมตัวออกจากบ้านไปกินข้าวเย็นกับพ่อแม่
    กลับมาถึงบ้าน 3 ทุ่มได้ ก็รีบปล่อยลูกหมามากินนม ส่วนแม่หมาออกไปข้างนอกคอกก่อน ลูกหมากินนมไป 1 กล่องใหญ่ ใช้เวลานานพอดู ต้องบังคับขู่เข็ญ เพราะอู้เหมือนเดิม สงสัยต้องดัดนิสัยยกใหญ่แล้ว (จะดัดหลายรอบแล้ว แต่ทำไม่ลงสักที) และก็ให้อาหารเม็ดไป 2 กำใหญ่เลย กินไปอู้นิดหน่อย แต่สุดท้ายก็หมด สงสัยจะอิ่ม แต่ทีเราเอาไข่ต้มที่เก็บไว้มา หว่า มดขึ้นแฮะ เลยไปเอาฟองใหม่มาให้มันกินแทน โดยรอบนี้ก็ฝึกทบทวนนั่ง (ซึ่งก่อนให้กินนมกับอาหารเม็ดก็จะสั่งนั่งเป็นนิสัยอยู่แล้ว ป้องกันปัญหามันกระโจนแย่งอาหาร) และก็จะเริ่มคำสั่งหมอบ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน ปกติที่เราเคยฝึกตัวอื่นมา เราจะล่อให้มันหมอบโดยเอาอาหารวางไว้ใกล้พื้น มันก็หมอบเอง แต่ตัวนี้พิเศษกว่าตัวอื่น เพราะมันจะตะครุบเอาแทน -_-! นิสัยไอ้อั่งเปาแน่ๆ เพราะมันตายไปแล้ว เรายังสอนมันไม่จบหลักสูตรก็คือท่าหมอบนี่แหละ ฝึกไม่ได้เพราะมันแรงเยอะ แล้วมันต่อต้านด้วย ก็พยายามกดตัวมันลง (หมดปัญญาอ่ะ ใครรู้วิธีดีกว่านี้แนะนำหน่อยนะ) โดนเอาขาหน้าดึงออกมาเพื่อให้มันหมอบลง แต่มันก็ดิ้นหนี จนมีมันเผลอ ก็หมอบสำเร็จ 2-3 ครั้ง แม้ว่าจะหมอบผิดท่านิดหน่อย คือ ขาหลังไม่ได้อยู่ท่าเดียวกับท่านั่ง (เพราะขามันพับเพียบไปทางเดียวกัน) แต่ก็ต้องให้มันไปก่อน ให้มันเข้าใจก่อนอย่างน้อยว่า แปลว่าให้ก้มตัวลงมาหมอบ แต่ท่าทางจะมันไม่เข้าใจเท่าไหร่ เพราะพอมันยืนมา สั่งนั่งก็นั่งอ่านะ แต่สั่งหมอบก็ยังคงจะตะครุบมือเราอยู่ดี เอาเหอะ กินจนหมดฟอง แล้วก็เอาอันเดิมที่มดขึ้นไปไล่มด และให้แม่หมากิน โดยสาธิตท่าหมอบให้ลูกมันเห็นด้วย ท่าทางลูกมันก็มองอย่างงงๆว่าแม่มันทำไรหว่า แต่ก็เอาเหอะ ลองดู วิธีนี้จะ work มั้ย แล้วก็ให้แม่ลูกคู่แสบเข้ากรงไปพักผ่อน
    ต่อมาเกือบตี 2 ลงไปดูลูกหมามันร้อง สงสัยไปแหย่แม่มันท่าไหนไม่รู้ โดนแม่มันสั่งสอนซะร้องลั่นบ้าน จนแม่เรากับเราต้องวิ่งลงไปดู แล้วก็เลยปล่อย Marble ออกมาให้ไปกินข้าว ส่วนลูกหมาอยู่ในคอกกับเราแปบนึง เห็นว่าโอเค ลูกหมาไม่ได้เป็นอะไร ก็ส่งเข้ากรงไปตัวเดียวก่อน ต่อจากนั้นพอแม่หมากับหมาโตกินข้าวที่หลังบ้านกันเสร็จ ก็ให้ตัวเล็กออกมากินนม กิน 1 กล่องเล็ก มันไม่ค่อยจะยอมกิน แม่เราเลยบังคับขั้นเด็ดขาดกว่าเราหน่อย คือจับขามันไว้เลย มันก็ยอมกิน แต่ไม่หมด นี่ขนาดกล่องเล็กนะ เราเห็นว่าเกินไปแล้ว เลยให้แม่มันกินต่อไปเลย ต่อมาอาหารเม็ดก็ไม่ยอมกินอีกรอบนี้ คิดไปคิดมา สงสัยจะอิ่มเกินไป เลยไม่ยอมกิน จะเล่นท่าเดียว ชอบจะไปกัดกล่องใส่กระเบื้องจนไม่เหลือสภาพกล่องแล้ว และรื้อกระเบื้องมาเล่นอีก -_-! ซนจริงๆ และก็ขี้เรียบร้อยในคอกอีก พาออกไปไม่ทัน เฮ้อ เราเลยตัดสินใจเก็บอาหารขึ้นเลย ไม่ต้องกินแล้ว และให้เข้ากรงไปนอนกับแม่มันเลยทันที

    อาจหยุดพักเล่าเรื่องลูกหมาหลายวันหน่อยนะ เพราะไปค้างบ้านปลา เปิดโรงงานนรกปั่นเกมมือถือ อิอิ
    February 23

    ลูกหมาอายุ 66 วัน วันฝังศพอั่งเปา

    ศุกร์ที่ 22 กุมภา 2551
    วันนี้ก็วุ่นๆกับอ่านหนังสือเตรียมสอบตอนบ่าย เครียดมาก ท่องศัพท์ไม่ได้สักที เศร้ามาก จนพ่อกลับมาตอนประมาณเกือบเที่ยง เพราะไปรับศพอั่งเปากลับมาหลังไปชันสูตรมา (อยู่ในถุงสีดำมัดไว้) และพาสัตวแพทย์มาช่วยเจาะหมาๆในบ้านทั้ง 5 ตัว แต่เราต้องรีบออกจากบ้านพอดีเพื่อไปสอบตอนบ่ายโมง กลัวรถติดง่ะเลยรีบออกจากบ้าน
    หลังจากสอบเสร็จก็รอพ่อมารับกลับบ้าน พ่อเล่าให้ฟังว่า Buddy กับ Lassie ดิ้นนิดหน่อย Bulto ดิ้นมากกว่า แต่ 2 แม่ลูกดิ้นมากถึงมากที่สุด ลูกหมาร้ายมาก จะกัดด้วย พอดีตัวโตผูกปาก แต่ตัวเล็กไม่ได้ผูก เลยแผงฤทธิ์ซะยกใหญ่ แถมฉี่ราดด้วย -_-! เด็กหนอเด็ก แล้วก็เอาเลือดไปส่งตรวจที่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ และคุยกับหมอที่ชันสูตรอั่งเปา พบเพิ่มเติมว่ามีเชื้อ E-coli อีกเหมือนกันกับลูกหมาตัวเล็กในช่วงแรกๆที่ตายไป (เจ้า Kody) และก็มีเหมือนฝีที่ม้าม (เราก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นยังไง) และสรุปว่าน่าจะมาจากเห็บนั่นแหละ (ยิ่งงงใหญ่เลย เกี่ยวไงหว่า ไว้ถามสัตวแพทย์อีกทีนะ แล้วจะมาอธิบายทีหลัง)
    กลับถึงบ้านก็เกือบ 6 โมงเย็นแล้ว พี่ที่มาช่วยขุดหลุมฝังศพอั่งเปาก็มารออยู่พอดี เลยล่ามตัวอื่นไว้ก่อน ลูกหมาก็ให้ลูกในคอก แล้วพี่เขาก็ขุดตรงใต้ต้นมะม่วงที่อั่งเปาชอบไปหามะม่วงมากิน ขุดหลุมใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ยาวหน่อย เพราะตัวมันยาว ระหว่างขุด เราก็เอานมไปให้ลูกหมากินก่อน 1 กล่องใหญ่ ท่าทางมันหิว แต่ก็ยังอู้เหมือนเดิม เบื่อจริงเลย จอมซนนี่ เลยต้องบังคับแกมขู่เข็ญเล็กน้อยแบบเมื่อคืน พอหมดก็ให้อาหารเม็ดอีก 1 กำใหญ่ รวดเดียวหมดเหมือนเดิม และก็เล่นๆลูกบอลกับมันนิดหน่อยก่อนมืด ต่อมาก็ไข่ต้ม 1 ฟองของโปรด ก่อนกินก็ทวนคำสั่งนั่งเหมือนเดิม จะขึ้นคำสั่งใหม่ซะหน่อย คือหมอบ แต่วันนี้ยังไม่ค่อยจะสำเร็จ เพราะลูกหมาไม่ยอมหมอบ จะแย่งไข่กินท่าเดียว ส่วนแม่หมาและตัวอื่นๆก็ได้กินไข่ไปตัวละนิดตัวละหน่อยเหมือนกัน และให้ลูกหมาและหมาตัวอื่นๆแทะกระดูกระหว่างรอ พอมืดก็ช่วยกับพ่อกับแม่เราไปดูพี่เขาฝังอั่งเปา ใส่กระดาษเงินกระดาษทองให้อั่งเปาไป และก็ใส่ศพอั่งเปาทั้งที่ห่อถุงดำ และโรยปูนขาว 3 กิโลกรัมรอบๆ เพราะอั่งเปาป่วยตาย กลัวเชื้อโรคยังอยู่ เลยโรยปูนขาวกันไว้ก่อน และเอาถุงพลาสติกขนาดใหญ่คลุมอีกชั้นก่อนกลบ กว่าจะฝังเสร็จก็มืดมากแล้ว หลังจากฝังเสร็จ ก็จุดธูปเทียนปักไว้บนหลุมศพ และก็อุ้มลูกหมาออกมา และพา Marble ไปที่หลุมฝังศพ ให้พวกมันไว้อาลัยบอกลา ลูกหมามันก็มองไปดู ไม่รู้ว่ามันเข้าใจมั้ย แต่เราก็จับหัวให้มันก้มคำนับไป 3 ที และบอกมันว่า โตขึ้นเป็นหมาที่ดี เชื่อฟังพ่อแม่และพี่(ก็เรานั่นแหละ) เชื่อฟังแม่หมา อย่าดื้ออย่าซน รักษาตัวดีๆด้วย แกเป็นทายาทตัวสุดท้ายของเขานะ ต่อมาตัวอื่นๆก็เดินมาดูๆเหมือนกัน เฮ้อ หลับให้สบายนะเปา หลังจากนั้นเราก็เอาลูกหมาและแม่หมาเข้ากรงไปนอนพักตามระเบียบ
    ตี 2 ลงไปให้ข้าวหมา แม่เรากำลังให้ลูกหมากินนม มันก็อู้อีกแล้ว ต้องใช้วิธีเดิมนั่นแหละ เพราะคงเป็นวิธีที่ work สุดเท่าที่คิดออกตอนนี้ (แต่เราชอบนะ อะไรเดิมๆแบบนี้ แสดงว่าไม่มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น) ต้องบังคับขู่เข็ญมันเหมือนเดิม กว่าจะหมด และก็ให้กินอาหารเม็ดไป 1 กำใหญ่ รวดเดียวหมดเลย หลังจากนั้นก็ปล่อยลูกหมาไปขี้ข้างนอกคอก เสร็จแล้วก็เข้ากรงไปนอนกับแม่มัน ฝันดีนะ โตไวๆ อย่าดื้อล่ะ
    February 21

    ลูกหมาอายุ 65 วัน Happy Birthday Buddy!

    พฤหัสที่ 21 กุมภา 2551
    ตื่นแบบจริงๆจังๆ ก็ 10 โมงครึ่งกว่า แล้วก็ลงไปหาลูกหมา ก็เห็นลูกหมาซนอยู่ในคอกนอกกรง และตัวอื่นๆ กำลังเรียงคิวให้พ่อแม่เราอาบน้ำให้ นึกยังไงเนี่ย ไม่บอกกันก่อนเลย ก็บอกว่าจะฉีดยากันเห็บหมัดให้หมา (ไอโวแมค) เลยอาบน้ำให้ก่อน แล้วตอนเย็นค่อยฉีด เราเลยมาเล่นกับลูกหมาไปก่อน เพราะลูกหมาเพิ่งฉีดวัคซีนมาวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดนงดอาบน้ำ 1 สัปดาห์ เราเลยมาเล่นถ่วงเวลาระหว่างแม่หมาอาบน้ำอยู่ หลัง Bulto เพิ่งอาบเสร็จไป แล้วเอาไปตากแดดเป็นหมาแดดเดียว55ให้แห้ง พอแม่หมาอาบเสร็จก็เวียนไปแทนที่ Bulto ส่วน Bulto ก็ย้ายไปอีกที่ที่ร่มกว่าเดิม แต่ล่ามไว้ก่อนเพราะพื้นเปียก เดี๋ยวมันเอาตัวไปคลุกให้เละอีก ส่วนเราก็เอาอาหารเม็ดมา 5 เม็ด มาฝึกให้ลูกหมานั่ง ปรากฎว่าไม่สน จะเล่นท่าเดียว แถมชอบเหลือเกิน งับมืองับเท้าเนี่ย เป็นรอยไปหมดแล้ว หลังจากพยายามจะให้มันสนใจอยู่นาน มันก็ไม่สนใจเท่าไหร่ มีเอาลูกบอลมาเรียกความสนใจก็พอได้บ้างแรกๆ แล้วสั่งให้นั่ง ก็ได้แค่ครั้งเดียว แต่เราก็ต้องยอมแพ้ลูกหมาในเรื่องการฝึกไป ไว้ไปหาวิธีใหม่ให้มันสนใจมากกว่านี้ แต่ก่อนจะเลิก พอดีลูกหมามันหมอบลงในท่าที่ถูกต้องเลยรีบพูดว่า "หมอบ" และให้มันกินไป แล้วก็ชมๆๆๆตามสูตร แล้วลูกหมาก็วิ่งขึ้นลงบันได หาที่นอน พอดีเราก็มองเห็นที่ขาหลังขวามันมีแผน สงสัยเล่นกับแม่มันเลยโดนกัด เรา็บอกแม่ แม่ก็ให้เราอุ้มลูกหมาไปล้างแผล และก็รอใส่ยาเบตาดีน ระหว่างเราอุ้มลูกหมารอใส่ยา ลูกหมามันก็สะอึก เราลูบหน้าอกมันก็ไม่หาย แกล้งให้ตกใจก็ไม่หาย แต่พอใส่ยา สงสัยจะแสบมาดิ้นๆๆๆ ร้องลั่นเลย แล้วก็หายสะอึกไปเลย 55555 และส่งลูกหมากับแม่หมาเข้ากรงไปนอนพัก เพราะดูท่าทางลูกหมาจะง่วงแล้วและแม่หมาตัวแห้งพอดี ส่วนตัวอื่นๆยังถูกล่ามไว้ที่บนหน้ามุกก่อน ให้ตัวแห้งสนิทก่อนไปคลุกจนเละมากอีก ซึ่งไม่ได้ถูกแดดแล้วนะ พอดีเรานึกไว้ว่าวันเกิด Buddy นี่นาวันนี้ เรากับพ่อก็ร้องเพลง Happy Birthday ให้มัน ครบ 7 ขวบแล้วนะเนี่ย โอ้โห อยู่กับพี่ไปนานๆนะน้องชายสุดเลิฟ แต่แล้วก็ทำให้เราคิดถึงอั่งเปา เฮ้อ เพิ่งครบ 2 ขวบ 7 เดือนพอดีแท้ๆ ไม่น่าเลย Melody ก็รูปร่างคล้ายมันเหลือเกิน และเราก็ขึ้นมาจะอ่านหนังสือต่อ
    บ่าย 3 ครึ่ง เราเพิ่งนึกได้ว่า ลูกหมากินมื้อเที่ยงยังหว่า เพราะตอนแรกนึกว่าพ่อแม่ให้แล้ว ปรากฎพอถามก็รู้ว่ายังไม่ได้ให้ เลยรีบลงไปให้อาหารลูกหมากิน ลงไปเจอแม่ลูกคู่แสบรื้อกระเบื้องออกมาเต็มพื้นเลย เมื่อตอนเที่ยงเราเพิ่งเรียงเก็บใส่กล่องไป -_-! และก็ให้แม่หมาออกไปก่อน แล้วให้ลูกหมากินนม 1 กล่องใหญ่ ก่อนกินก็นั่งเรียบร้อยดีมาก มันก็กินๆอู้ๆไปตามเรื่อง แต่อู้ไม่มาก แค่โวยวายนิดหน่อยตอนเราออกมานอกคอก เพื่อมาปล่อยหมาโตๆที่ล่ามโซ่ไว้ หันไปเจอแม่หมากำลังกินมะม่วงอยู่พอดี พอกลับเข้ามาก็จับลูกหมากินนมต่อจนหมด และก็ให้อาหารเม็ดอีก 1 กำใหญ่ ก่อนให้ก็สั่งนั่งเหมือนเดิม นั่งได้เรียบร้อยดี แถมกินรวดเดียวหมดเลย เราเลยหยิบมาอีก 6 เม็ดมาทวนคำสั่งนั่ง แต่มันก็เล่นซนโน่นนี่ โดยเฉพาะกระเบื้องที่มันรื้อออกมา เพราะเล่นแล้วเสียงดังเลยสนุกใหญ่ สรุปแล้วไม่ค่อยประสบผลสำเร็จในการฝึก เพราะมันจะนั่งก็ต่อเมื่อจะให้อาหารชามใหญ่เลย เป็นเม็ดๆมันไม่สน -_-! และก็ไปอ่านหนังสือต่อล่ะ
    ตอน 3 ทุ่มให้หมาโตตัวอื่นๆมากินเม็ดมะม่วงที่คนปอกกินเหลือส่วนเม็ดเก็บให้น้องหมาที่รัก (ปกติแม่เราชอบกินนะ แต่รอบนี้เก็บให้หมากิน เห็นมันชอบกินกัน) มันก็กินกันทั้ง Marble Bulto Lassie ส่วนลูกหมากินนม 1 กล่องใหญ่ ก็สั่งนั่งก่อนให้กินตามปกติ แต่มันก็ยังคงอู้อีกเหมือนเดิม เลยต้องบังคับบ้าง และก็ให้กินอาหารเม็ด 1 กำใหญ่ (สั่งนั่งก่อนให้กินเหมือนเดิม) มันกินรวดเดียวหมดเลย ท่าทางจะชอบกินอาหารเม็ดแบบไม่แช่นมมากกว่า และก็ทบทวนคำสั่งนั่งด้วยอาหารเม็ดอีกเกือบ 10 เม็ด ให้ทีละเม็ด ก็โอเคยอมเชื่อฟังมากขึ้นหน่อย แต่ก็มีอู้เล่นซน แถมชอบกัดมือเท้าอีก (เหมือนพ่อมันเลย เห็นแล้วคิดถึงอั่งเปาจริงๆ ตอนเจอมันครั้งแรกที่รับมันมาเลี้ยง ก็มางับมืองับแขนแบบนี้แหละ T-T) และให้เข้ากรงไปกับแม่หมา แต่พอดีพ่อเราจะฉีดยาให้หมาโต (เราเกือบลืมแหน่ะ) เลยปล่อยออกมาใหม่ ให้ลูกหมาฝึกต่อด้วยไข่ต้ม คราวนี้ล่ะ เชื่อฟังมากๆ มีอู้นิดหน่อย สงสัยเบื่อ (ต้องทำให้ลูกหมาไม่เบื่อนะ แต่ตอนนี้มีแต่คำสั่งนั่งอย่างเดียว เลยคงน่าเบื่อไม่น้อย เหอะๆ) มีนั่งผิดนั่งถูก แต่ก็ถูกซะส่วนใหญ่ ถ้านั่งผิดก็ไม่ให้กิน จนหมดก็นานพอดู และก็เอาหมาน้อยเข้ากรง เรียก Buddy ให้มารับของขวัญวันเกิด ก็ไม่มาต้องไปลากมาเล็กน้อย แต่ก็ยอมเดินตามมา จนมาถึงที่โรงรถ มันเห็นเข็มฉีดยาก็เบรคไม่ยอมเข้ามา 55 เสียรู้เราซะแล้ว นั่นแหละของขวัญวันเกิด 555 ก็ไล่ฉีดไอโวแมคกันเห็บหมัดไปทีละตัว ต่อมาก็ Bulto และก็ Lassie สุดท้ายก็แม่หมาคนเก่ง Marble เก่งนะ ไม่ร้องเลย ตัวอื่นร้องหมด ร้องนิดๆหน่อยๆแหละ และก็ส่งแม่หมาเข้ากรงไปอยู่กับลูกหมาตัวแสบ
    ตี 1 ลงไปให้ข้าวหมาเหมือนเดิม ตัวอื่นกินหลังบ้าน แม่หมากินหน้ากรงในคอกเล็ก ลูกหมากินข้างนอก ก่อนให้กินก็สั่งนั่งก่อน แต่พอให้กิน ก็อยากจะเข้าไปกินข้างในของแม่หมามากกว่า ต้องรอจนแม่กินเสร็จ ให้แม่หมาออกไปทำธุระเหมือนทุกที ลูกหมาถึงมีสมาธิกินมากขึ้นหน่อย กินได้ประมาณครึ่งนึง ก็จะเริ่มอู้ตามเคย บางทีก็นั่งแล้วได้ยินเสียงอะไรไม่รู้ ไม่รู้ว่าตดหรือเรอดังมาก ขำจริงๆ สาวน้อยนะเนี่ย จนสุดท้ายต้องบังคับขั้นเด็ดขาดคือ เราจับตัวลูกหมาไว้กับที ยกชามขึ้นจ่อหน้ามันให้มันกินจนหมด 1 กล่องใหญ่ แต่พอถึงคราวให้อาหารเม็ด ก็สั่งนั่ง แล้วกินรวดเดียวหมดชาม -_-! แล้วก็จะพยายามฝึกต่อเพิ่มอีกหน่อย แต่ไม่ค่อยจะสำเร็จ ลูกหมาเดินวุ่นรอบคอก เอาลูกบอลมาเล่น ก็เล่นแรงจริงๆ งับแน่น และชอบสะบัดๆ จนเรากลัวมันจะคอเคล็ด ฟันหัก บางทีมันก็ไปเอาไม้มาคาบ เลยไปแย่งไม้มันมา มันก็งับแย่งอีก เหมือนพ่อมันเลย งับมืองับแขนงับขาอีก เจ็บนะ แถมบางทีก็ไล่งับหางตัวเอง เหมือนพ่อมันอีกนั่นแหละ ท่าเดียวกันเป๊ะ เฮ้อ เห็นแบบนี้คิดถึงอั่งเปาเหลือเกิน  แต่ถ้ามีหมาน้อยอีกตัวเล่นด้วย คงน่ารักน่าเอ็นดูชะมัด เมื่อกี้พอดีเีราไปคุ้ยเจอรูปเก่าๆตอนอั่งเปาเด็กๆที่เจ้าของเก่าเคยโพสไว้ในบอร์ดหมาที่เรา save เก็บไว้มาดู หน้าอั่งเปากับ Melody เหมือนกันมากๆ รูปร่างก็เหมือนเลย อย่างกะแฝดกัน แต่ต่างเพศนะ พยายามจะฝึกจนสุดท้ายเราก็ยอมแพ้อีก เพราะพรุ่งนี้สอบจีน ยังจำอะไรไม่ได้เลย โดยเฉพาะศัำพท์เขียนไม่ได้ ก็ให้ลูกหมาออกไปขี้ ขี้ปกติเป็นเส้นดี และเรียกแม่หมามาเข้ากรง ลูกหมาก็อุ้มตามเข้ากรงไป ตอนอุ้มมันชอบจะมาเลียหน้าเรา บางทีหลบไม่ทันก็โดนปากประจำ แล้วก็มางับผมเราดึงๆอีก เจ็บนะไอ้ลูกหมา แล้วก็ส่งเข้ากรงไปนอนซะ จะได้โตไวๆ แม่หมาก็เลี้ยงลูกดีๆล่ะ สั่งสอนมันได้ตามสมควร เหอๆ

    ลูกหมาอายุ 64 วัน ผลชันสูตรอั่งเปาเบื้องต้น

    พุธที่ 20 กุมภา 2551
    ตื่นแต่เช้าแหละ วันนี้มีสอบ 1 วิชา อ่านไม่ทันด้วย ก่อนออกจากบ้าน ก็ทักทายหมาน้อยตัวแสบ ให้อวยพรขอให้ทำข้อสอบได้ด้วยเหอะ และระหว่างเดินทาง ก็แวะตักบาตรก่อน ให้อั่งเปา มีมะม่วงให้ด้วย ก็ขำพ่อดีนะ ตอนมันอยู่ เวลาตอนสอยมะม่วงแล้วมะม่วงหล่น ก็รีบวิ่งไปเก็บแย่งกับมัน ใครไวกว่าก็ได้ไป บางทแม่เราเลยบอกอั่งเปา ให้กินให้หมดก่อน แล้วเหลือเม็ดคาบมาให้พ่อเจ็บใจเล่น และมันก็ทำจริงๆ 5555 เฮ้อ คงไม่ได้เห็นภาพแบบนั้นอีกแล้ว
    ตอนเย็นโทรคุยกับแม่ แม่บอกว่า ผลชันสูตรของอั่งเปาเบื้องต้นคือ ติดเชื้อแบคทีเรีย (ไม่รู้ชนิดไหน) ในกระแสเลือด ทำให้ลามไปทั่วทั้งร่างกายอย่างรวดเร็ว ทั้งหัวใจ ปอด ไต ม้าม จนลิ้นหัวใจรั่ว
    ไม่ได้เป็นพยาิฺธิหนอนหัวใจ (ให้กินยากันอยู่เป็นประจำ) ไม่ได้เป็นพยาธิเม็ดเลือด (ผลเลือดบอกมาแบบนั้น)
    แต่ไมรู้เหมือนกันว่าติดมาได้ยังไง กำลังหาคำตอบต่อไป เดาว่ามันชอบไล่จับหนู กิ้งก่า นก ฯลฯ ไม่รู้ว่าจับได้แล้ว เอามากินหรือเปล่า (เราไม่ได้เห็นกับตาอ่ะ แต่แม่เราเคยเห็นว่ามันคาบไปมา) เลยติดเชื้อเข้าไป ตัวอื่นก็ไล่จับนะ แต่ก็ไม่ได้กินเข้าไป ประมาณว่ากัดจนตายแล้วทิ้งซากไว้ให้เราดูประจำ -_-! ส่วนผลชิ้นเนื้อต่างๆ ต้องรออีก 3 สัปดาห์ถึงจะรู้ เฮ้อ
    หลังจากผ่านเรื่องวุ่นๆมาทั้งวัน กลับถึงบ้าน 2 ทุ่ม ก็ทักทายลูกหมาแสนซน มันก็มางับเชือกรองเท้าเราอีก เฮ้อ แล้วก็หลับจน 4 ทุ่มกว่าจะตื่น เพราะมึนหัวมาก แม่เราเลยช่วยให้ลูกหมากินนมไป 1 กล่องใหญ่ (เพราะกล่องเล็กหมด) อาหารเม็ด 1 กำเล็ก แบบแยกกันไม่ปนกัน มันก็กินไปเล่นไป อู้ซะ และพอจะให้ไข่ต้มของโปรดอีก 1 ฟอง มันน่ารักมากเลย นั่งเรียบร้อยเชียว แม่หมาก็เหมือนกัน นั่งเรียบร้อย สงสัยอยากกินด้วย ก็แบ่งให้บ้างนิดหน่อย อิอิ
    ตอนตี 1 เี่ราลงไปให้ลูกหมากินนม ใช้วิธีเดิมๆ แม่หมากินข้าวในคอกเล็กหน้ากรง และเอาไม้บังไว้ไม่ให้ลูกหมาเห็น ส่วนลูกหมากินข้างนอก แต่ก็พยายามจะเข้าไปหาแม่มันอยู่ดี พอแม่หมากินเสร็จก็ให้รีบออกไป ลูกหมามันถึงยอมกินนม กินไป 1 กล่องใหญ่ ก็อู้เล็กน้อยตามประสา แต่ก็กินหมด แล้วค่อยให้อาหารเม็ดอีก 1 กำใหญ่ รวดเดียวหมด แต่เราก็ไม่ได้ให้กินไข่อีก เพราะกินไปแล้วตอนหัวค่ำ หมอให้กินวันละฟองก็พอ ต่อมาเราฝึกคำสั่งนั่งอีกนิดหน่อย แต่มันเล่นมากว่าสนใจเรา ทำไม่ค่อยจะถูก เพราะนั่งผิดบ่อยมากๆ ก็ต้องแก้กันไป โดยหลอกให้มันยืนขึ้นใหม่ แล้วสั่งนั่งใหม่ แต่มันก็ไม่นั่งนี่สิ ไปเล่นอย่างอื่นแทนซะ เราก็เอาลูกบอลมาเล่นกับมัน งับดีมากนะเดี๋ยวนี้ แทบไม่ยอมปล่อยเลย บางทีมันก็เอาไม้ที่มันคาบมาจากไหนไม่รู้มางับอีก ซนมาก บางทีก็งับมืองับแขนงับขาจนเรานี่มีแต่รอยฟันลูกหมาเต็มไปหมด หลังจากนั้นก็ส่งลูกหมาตัวแสบและแม่หมาเข้ากรงไปนอน
    February 19

    ลูกหมาอายุ 63 วัน อั่งเปาจากไปแล้ว

    อังคารที่ 19 กุมภา 2551
    ตื่น 10 โมง 40 นาทีได้ ก็ขึ้นมาปั่นงานต่อ กินข้าวเที่ยงแล้วลงไปปล่อยแม่ลูกตัวแสบตอนบ่าย 2 ลูกหมาวันนี้หูตั้ง 2 ข้างแล้ว น่าัรักมากๆ ให้แม่หมาออกไปจากคอกก่อน และให้ลูกหมากินนม 1 กล่อง อาหารเม็ด 1 กำใหญ่ ค่อนข้างจะอู้หน่อย แต่ก็ยอมกินจนหมด ฝึกนั่งแค่นิดเดียว 2 - 3 ครั้ง ก็ทำได้ถูกต้องหมด ระหว่างมันกิน เราก็ถ่ายรูปมาด้วย เทียบขนาดตัวกับชามที่มันกินอยู่ และก็สั่งนั่ง มันก็นั่งนิ่งๆให้ถ่ายรูป สะดวกขึ้นกว่าเดิมเยอะ ที่ต้องวิ่งไล่ตามถ่ายรูป ไม่ได้เล่นลูกบอล ไว้ก่อน ไม่มีเวลา และพอเราเปิดคอกออกไปเพื่อไปล้างชามลูกหมา ลูกหมาก็วิ่งไปแย่ง Bulto กินมะม่วงเฉยเลย เสียววาบเลยเรา รีบตะโกนห้าม แต่ลูกหมามันก็แ่ย่งส่วนเมล็ดมาได้สำเร็จ เราเลยให้มันมากินภายในคอกจะปลอดภัยกว่า โดยมีแม่หมาอยู่ด้วย และเราก็ปิดช่องทางเข้าออกไว้หมดแล้ว 555
    แต่เราก็ขึ้นมาอ่านหนังสือต่อข้างบนแล้วรู้สึกเป็นห่วงลูกหมาเลยตัดสินใจหยิบชีททั้งหมดลงไปอ่านข้างล่างนอกบ้าน ปล่อยลูกหมาแม่หมาออกมา และเราก็นั่งเฝ้าลูกหมา โดยอ่านๆไปก็เงยหน้าขึ้นมามองหาลูกหมาเป็นระยะๆ

    ล่าสุดเมื่อกี้นี้ อั่งเปาจากเราไปแล้วอ่ะ พูดอะไรไม่ออกแล้ว

    ...To be continued

    ลูกหมาอายุ 62 วัน พาอั่งเปาไปรพ.รอบ 2

    จันทร์ที่ 18 กุมภา 2551---ยังไม่เสร็จ ไม่ต้องอ่านก็ได้
    ตื่นเพราะได้ยินเสียงพ่อบอกแม่ว่า อั่งเปาอาการไม่ดีเลย ก็ตัดสินใจพาอั่งเปาไปโรงพยาบาลสัตว์เล็กของจุฬาฯอีกรอบดีกว่า
    กลับถึงบ้านประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ให้ Melody กินนม 1 กล่อง อาหารเม็ด 1 กำใหญ่ ฝึกท่านั่งด้วยไข่ต้ม 1 ฟอง นั่งได้ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่
    รอบดึกเที่ยงคืน กินนม 1 กล่อง อาหารเม็ดครึ่งกำเล็ก และเล่นบอลหลายรอบ วิ่งไปมา


    อันนี้ copy คำตอบมาจากเว็บบอร์ดมาแปะไว้เฉยๆนะ ยังไม่ใช่รายละเอียดที่เราอยากจะเล่าทั้งหมด ไว้งานเสร็จแล้วจะมาเล่าต่อนะ ขอโทษด้วยนะ ยังไม่ต้องอ่านก็ได้

    อั่งเปาไม่เคยป่วยเลย มีแต่เคยเป็นแผลนิดหน่อย จากการที่มันถูกตัวที่แก่กว่ากัดเอาเวลามันดื้อเท่านั้น

    และคราวนี้ ประมาณวันที่ 5-6 กพ อั่งเปาก็ขาบวมเล็กน้อยข้างหนึ่ง(จำไม่ได้ว่าขาไหน) ทำให้ซึมๆไป 2 วัน เท่าที่ดู ไม่พบรอยถูกกัดเหมือนทุกที แต่พอให้กินยาแก้อักเสบและลดบวมไป และสังเกตอาการของมัน มันก็กลับมาดีขึ้น ร่าเริงเหมือนเดิมทุกอย่าง
    สัปดาห์ต่อมา วันที่ 13-14 กพ มันก็ขาหลังซ้ายบวมอีกแล้ว และซึมเหมือนเดิม เลยให้กินยาเหมือนเดิม และแยกให้พักผ่อนที่คอกหลังบ้าน
    วันต่อมาก็ยังไม่ดีขึ้น ยังคงซึมเหมือนเดิม กินข้าวบ้างแต่น้อยเลย พ่อเลยให้น้ำเกลือเข้าใต้ผิวหนัง (ที่บ้านเคยทำมาแล้ว สมัย Bulto ป่วย หรือหมาตัวอื่นๆป่วย) มันดูมีแรงมากขึ้น แต่ยังไม่ร่าเริงเหมือนเดิมเท่าไหร่ รอดูอาการประมาณ 2-3 วัน ก็ยังคงเป็นแบบนี้เหมือนเดิม เดินเป๋ๆแบบหมดแรง แถมบางวันก็อ้วก กินได้น้อยลง จึงตัดสินใจกันว่า วันเสาร์จะพามันไปหาสัตวแพทย์ที่รู้จักกัน (รักษา Bulto จนหายมาแล้ว) ในตอนเย็น (เพราะหมอว่างตอนเย็น)

    ในวันเสาร์นั้น ขาหลังยังคงบวมเหมือนเดิม และขาหน้าขวาก็บวมเพิ่มขึ้นมาด้วย ซึมเหมือนเดิม ข้าวไม่ค่อยจะยอมกินแ้ล้ว อาหารเม็ดก็ไม่ค่อยกินเหมือนกัน เดินก็เป๋ เหมือนจะล้มเพราะไม่มีแรงตลอด แต่เนื่องจากหมอติดธุระกระทันหัน จึงมาไม่ได้ จึงเปลี่ยนใหม่เป็นถ่ายรูปและส่งหมอดูแทนก่อน เมื่อหมอดูรูปจึงบอกว่า ให้พาไปที่โรงพยาบาลสัตว์เล็กในวันอาทิตย์เพื่อ X-ray และเจาะเลือดตรวจดู เพราะสงสัยว่ากระดูกมีปัญหาหรือร่างกายเกิดไม่สมดุลเหมือน Bulto หรือเปล่า

    วันอาทิตย์จึงพาอั่งเปาไปโรงพยาบาล แต่หมอที่ตรวจบอกว่า ไม่น่าจะเกิดจากกระดูก แต่สงสัยเป็นพยาธิเม็ดเลือดมากกว่า เพราะคลำดูแล้วต่อมน้ำเหลืองโต ไข่ก็บวมด้วย จึงได้เจาะเลือดและบอกให้กลับบ้านไปก่อน รอผลเลือดออกวันต่อมา ตอนเย็นก็พาไปหาหมอที่รู้จักกันอีกรอบ วันนั้นก็อ้วกที่คลินิกเขาอีก คืนวันนั้น อั่งเปาอาการแย่ลงอย่างมาก เดินก็เป๋กว่าเดิมอีก แม้ตั้งแต่ให้น้ำเกลือมาทุกวันวันนี้ก็ดูไม่ดีขึ้นเลย จึงเป็นห่วงมาก และได้ตัดสินใจพาไปหาหมออีกครั้งในเช้าวันต่อมา

    วันจันทร์หนูกับแม่ก็พามันไปตรวจแบบเต็มที่ทุกอย่างตั้งแต่เช้า 8 โมง ทั้งX-ray ดูปอด ดูอวัยวะต่างๆในร่างกาย หมอบอกว่า ปอดชื้นนะ ไตก็อักเสบ เลยให้มาที่แผนกไตเพื่อรักษาไตก่อน (ตอนนั้นผลเลือดเมื่อวานบอกว่า เม็ดเลือดแดงต่ำกว่าปกติ 2 เท่า เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ 3 เท่า และค่าไตสูงเกินไป เดิมน่าจะไม่เกิน 2 แต่อั่งเปาล่อไป 4 ได้ ถ้าจำไม่ผิด แต่ผลยังไ่ม่ออกเรื่องพยาธิเม็ดเลือดอีก) พอมาแผนกไต ก็ให้น้ำเกลือผสมยาสำหรับสุนัขโรคไต ซึ่งต้องมาให้แบบนี้ทุกวัน วันละขวด นอกจากนี้ฉีดยาแก้คลื่นไส้ ยาแก้อักเสบ ยาแก้หวัด(เพราะเห็นว่ามีน้ำมูกด้วย)ฮอร์โมนเร่งสร้างเม็ดเลือดแดง เพราะเห็นว่าเลือดจาง และเจาะเลือดตรวจเิพิ่มด้วย หมอก็แนะนำวิธีดูแลให้เพิ่มด้วยว่า น้ำเกลือให้ทางใต้ผิวหนังอาจได้ประโยชน์น้อยกว่าให้เข้าเส้นเลือดเลย แต่ต้องให้ช้าๆหน่อย เพราะตอนนี้ร่างกายอ่อนแอ เดี๋ยวจะรับไม่ไหว และเราก็เฝ้ามันที่โรงพยาบาลทั้งวัน เอาชีทไปอ่านสอบด้วย มันก็หลับๆตื่นๆ คงเพราะปวดฉี่ แต่พอดีสอนมันให้ฉีดเฉพาะในสนามหญ้า มันเลยไม่ยอมฉี่ที่อื่นเลย จนมันปวดทนไม่ไหว ก็ฉี่ราดไป หมอเลยตัดสินใจสวนฉี่ออกให้ และนำฉี่ไปตรวจด้วย ผลเลือดที่เจาะเพิ่มเป็นแบบผลออกทันที บอกว่าไม่ได้เป็นพยาธิหัวใจ ไม่ได้เป็นพยาธิเม็ดเลือดชนิดชื่ออะไรสักอย่าง แต่เนื่องจากพยาธิเม็ดเลือดที่หลายชนิดจึงต้องรอผลตรวจที่เจาะไปที่ส่งไปเพื่อตรวจปรสิตโดยเฉพาะอีกครั้ง เฝ้าจนถึง 1 ทุ่มเกือบ 2 ทุ่มจึงได้กลับบ้าน กลับมามันก็ยังอาการเหมือนเดิม ไม่ดีขึ้นอีกเช่นกัน

    วันอังคาร เนื่องจากยังไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ และงานที่ต้องส่งวันรุ่งขึ้นยังไม่เสร็จด้วย จึงเปลี่ยนให้พ่อกับแม่ไปเฝ้าแทน ซึ่งวันนี้เนื่องจากได้เริ่มให้น้ำเกลือเร็วกว่าเมื่อวานจึงได้กลับบ้านตั้งแต่บ่าย 3 โมง (เมื่อวานเริ่มให้ตอนเที่ยง แต่วันนี้ให้ตั้งแต่เช้าเลย) แต่พอกลับถึงบ้าน ระหว่างที่เรานั่งอ่านหนังสือพร้อมกับเฝ้าลูกหมาที่นอกบ้าน พอเห็นอั่งเปากลับมา มันลงมาเดินแบบผิดปกติคือ ขาหลังของมันใช้หลังเท้าลงพื้น พอเดินไปแค่ไม่กี่เท้า ก็ล้มลงไปที่พื้นต่อหน้าต่อตาพ่อแม่เลย ส่วนหนูพอดีดูแลลูกหมาอยู่ในคอก แต่ไม่ห่างจากจุดที่อั่งเปาล้มเท่าไหร่ มีแค่รถบังสายตาอยู่เท่านั้น มันก็ลิ้นซีด พ่อแม่พยายามปั้มหัวใจระหว่างที่หนูรีบโทรหาหมอ พอโทรได้หมอบอกให้ขับพามาที่ิคลินิกใกล้บ้านเลย(ประมาณ 10-15 นาทีถึง เพราะขึ้นกับเจอไฟแดงหรือไม่) เพราะหมออยู่ที่นั่นพอดี ระหว่างพ่อแม่ขับรถไป ก็ปั้มหัวใจอยู่ตลอดทาง พอดีหนูไม่สามารถออกไปได้ทันที เพราะยังอยู่ในชุดอยู่บ้าน เลยไม่ได้ไปด้วย ได้แต่รอผลและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ขอให้อั่งเปาฟื้น แต่ชั่วโมงนึงผ่านไป พ่อแม่โทรกลับมาบอกว่า อั่งเปาจากไปแล้ว ช่วยได้ไม่ทันแล้ว ทั้งปั้มหัวใจ ทั้งฉีดอะดีนาลีนให้ ก็สายไปเสียแล้ว ทั้งที่วันนี้ซื้อยากลับมา กะว่าวันต่อไปไม่้ต้องพามันไปโรงพยาบาล จะผสมยาให้น้ำเกลืออั่งเปาที่บ้านเอง จึงบริจาคนั้นให้ทางคลินิกไป และส่งอั่งเปาไปชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง

    ในวันศุกร์จึงได้นัดสัตวแพทย์มาช่วยเจาะเลือดที่บ้านทั้ง 5 ตัว และรับศพอั่งเปากลับมาที่บ้านเพื่อฝัง โดยได้โรยปูนขาวไว้ด้วย
    และผลเลือดที่ได้คือ เลือดของตัวเมียอายุเกือบ 7 ขวบ เลือดใช้ตรวจไม่ได้ แต่ตัวอื่นไม่มีตัวไหนติดเชื้อแน่นอน แม่หมาและลูกหมาปกติทุกอย่าง ส่วนตัวผู้ 2 ตัวที่เหลือ ตัวแก่(7ขวบพอดี)ค่าไตสูงนิดหน่อย เพราะแก่แล้ว ส่วน Bulto ก็เหมือนกันค่าไตสูงนิดหน่อย (ผลพวงมาจากที่มันป่วยครั้งนั้น)


    ลูกหมาอายุ 61 วัน พาอั่งเปาไปรพ.

    อาทิตย์์ที่ 17 กุมภา 2551
    เราตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อพาอั่งเปาไปหาหมอที่โรงพยาบาลสัตว์เล็กของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เรา พ่อแม่ ช่วยกันอุ้มอั่งเปามาจากหลังบ้านที่มันนอนพักอยู่ เพื่อมาขึ้นรถ แต่ปรากฎว่า อุ้มได้มาถึงแค่ครึ่งทาง ทั้งพ่อแม่ลูกก็หมดแรง ต้องวางอั่งเปาลง อั่งเปาคงเห็นว่าช่วยเดินไปเองจะดีกว่ามั้ง มันเลยลุกขึ้นเดินเองไปที่รถเฉยเลย ทำเอาพ่อแม่ลูกงงกันหมด เรากับแม่พาอั่งเปาไปถึงก็ประมาณ 9 โมงกว่าๆ โดยพ่อขับรถไปส่ง และทิ้งรถไว้ให้ อั่งเปาก็ตื่นๆแปลกที่เล็กน้อย เราก็ให้มันขึ้นไปนอนในรถเข็นหมา มาถึงก็เจอเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกันช่วยบอกว่าต้องทำอะไรบ้าง (ไม่ได้พาหมาไปที่รพ.นานแล้ว ก็ตั้งแต่่เขาย้ายที่จุดทำบัตรมาอยู่ด้านหลังแทน) เราก็กรอกข้อมูลของอั่งเปา เพื่อทำบัตรใหม่ เพราะอั่งเปาไม่เคยป่วยหนักๆถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลเลย เคยแต่เป็นแผลจากการถูก Buddy กัด สั่งสอนบ้าง (มันกัดเพราะอั่งเปาดื้อจริงๆนั่นแหละ) พอทำบัตรเสร็จก็ได้บัตรคิวรอตรวจ ระหว่างรอเราก็เอาชีทวิชา Security มาอ่าน แต่ส่วนใหญ่ต้องคอยมองดูอั่งเปาด้วยว่ามันเป็นไงมั่ง เราก็พยายามบอกให้มันนอนลง แต่มันไม่ยอมนอน อย่างมาก็แค่นั่งซึมๆ (ฝึกได้แค่ถึงคำสั่งนั่งเองอ่ะ สำหรับตเลยัวนี้) บางทีคนหรือหมาเดินผ่านก็เฉยๆ บางทีก็เห่าซะเขาสะดุ้งโหย่งเลย -_-! เราก็ต้องคอยจับตามองมันตลอด ชีทไม่่ค่อยจะมีสมาธิอ่านหรอก เรามองไปรอบๆ เห็นคนมากมายนั่งรอคิวเพื่อพาสัตว์เลี้ยงมาตรวจ บางคนก็เพิ่งเก็บสัตว์ที่ป่วยและถูกทิ้งมารักษา ใจดีจริงๆ น่านับถือมากๆ เรารออยู่นานมากจนเกือบๆ 11 โมงเลย ถึงจะได้ตรวจ เป็นหมอผู้หญิงท่าทางใจดี เรากับแม่และผู้ช่วยหมอ ช่วยกันอุ้มอั่งเปาขึ้นโต๊ะตรวจ เฮ้อ ตัวหนักมากๆ กว่าจะเอาขึ้นโต๊ะตรวจได้ เขาชมว่า เก่งนะ ไม่โวยวายเลย ทั้งที่มาโรงพยาบาลครั้งแรก เขาถามว่าเป็นอะไรมา เราบอกขาหน้าขวากับขาหลังซ้ายมันบวม (วันนี้บวมน้อยลงกว่าเดิมหน่อยแล้ว) หมอก็ถามอีกว่าไปกระแทกอะไรมาป่าว เราบอกว่าป่าว ไม่มีรอยถูกกัดด้วย และเขาก็คลำดูตัวอั่งเปา บอกว่าต่อมน้ำเหลืองโตนะเนี่ย เราก็งงๆ รู้ได้ไงหว่า เก่งจัง แม่เราก็คลำดูก็บอกว่า เอ้อใช่ โตจริงๆ และหมอก็ถามอีกว่า ไข่ของมันบวมหรือเปล่า เราก็ดูๆ รู้สึกเหมือนกันว่ามันบวมขึ้นมั้ง (ปกติไม่เคยสังเกตนี่นา -_-!) หมอเลยสงสัยว่า เป็นพยาธิเม็ดเลือดหรือเปล่านะ มันจะติดมาจากเห็บหมัดที่มันมีนี่แหละ และก็ถามว่าตอนเด็กๆ ทำวัคซีนครบหรือเปล่า เราก็บอกไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะเรารับมาเลี้ยงอีกที ตอนมันอายุได้ 5 เดือน จากเจ้าของเก่า เพราะเจ้าของเก่าเลี้ยงไม่ไหว ในบ้านมีทั้งคนแก่และเด็กเล็ก และเขาประกาศมาทางเว็บบอร์ดหมาที่เราเข้าประจำ เราก็เห็นรูปอั่งเปามาตั้งแต่มันอายุ 3 เดือนแล้ว รูปหล่อใช้ได้ น่ารักดี เราก็รับมันมาเลี้ยงต่อให้ กลับมาเรื่องอั่งเปาป่วยต่อ หมอเลยเจาะเลือดอั่งเปามาตรวจ รอรับผลเลือดวันพรุ่งนี้ พอเจาะเลือดเสร็จก็พาอั่งเปากลับบ้าน ก่อนขึ้นรถก็แวะให้มันฉี่ก่อน มันฉี่เยอะมาก เป็นลิตรๆแน่ๆ สงสัยเมื่อกี้ที่ระหว่างรอตรวจอยู่นาน มันปวดฉี่อยู่แน่ๆ แต่ดีเนอะ ไม่ยอมฉี่จนกว่าจะถึงสนามหญ้า (อิอิ บ้านเราสอนมาดี เป็นหมามีมารยาทนะเนี่ย หุหุ)
    ระหว่างทางกลับบ้านก็มีแวะซื้อข้าวเอากลับบ้านไปกิน และก็แวะไปรับพ่อกลับบ้านกัน พอกลับถึงบ้านก็บ่ายๆแล้ว อั่งเปาก็ลงจากรถ แล้วเดินไปนอนแถวๆโรงรถ ส่วนเราก็ไปดูแลลูกหมาตัวแสบ ปล่อยแม่ลูกออกมาจากกรง ให้ลูกหมาอยู่ในคอก และก็ให้กินนม 1 กล่องเล็กกับอาหารเม็ด 1 กำ และก็เล่นกับตัวแสบจอมซนอยู่ในคอก เอาบอลมาเล่นบ้าง ไปตามเรื่อง และก็ให้เด็กน้อยเข้ากรงไปนอนกับแม่มัน
    ตอนเย็นประมาณ 5 โมงกว่าๆ เราก็ลงมาปล่อยลูกหมากับแม่หมาออกมาใหม่ ปล่อยมันเดินเล่นสักหน่อย มันก็เดินเล่นไปทั่วบ้าน ก่อนจับไปอาบน้ำ เพื่อพาไปหาหมอฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 มันเดินไปตรงแถวบ่อปลาที่มีน้ำตกบ้าง เดินไปตรงถนนในบ้าน แล้วก็เล่นลูกบอลกับมัน แปบนึงก่อนแม่บอกให้พามาอาบน้ำ ตรงใกล้ๆแทงค์น้ำนั่นแหละ เดี๋ยวมืดแล้วจะหนาว ก็รีบอาบตอนประมาณเกือบ 6 โมง ท่าทางมันจะไม่ค่อยชอบอาบน้ำเท่าไหร่ เพราะร้องทำเสียงงื้ดๆตลอดเวลาเลย และรีบพาขึ้นไปเป่าขนให้แห้ง ก็พยายามดิ้นหนีอีกเหมือนกัน เฮ้อ แปลกแฮะ ต่อมาก็หาเห็บหมัดดูว่ามีมั้ย รีบดึงๆออกก่อนพาไปหาหมอ โดยพาอั่งเปาไปด้วย ออกจากบ้านก็เกือบ 1 ทุ่มแล้ว ไปถึงโรงพยาบาลสัตว์เล็กกรุงเทพ ใกล้ๆบ้าน หมอก็ทักท้าย เฮ้อ แย่จัง ลูกหมามาแค่ตัวเดียวเอง T-T เจ้าเด็กน้อยก็โดนฉีดวัคซีนไป 2 เข็ม คือ วัคซีนรวมเข็มที่ 2 และวัคซีนป้องกันหวัดและหลอมลมอักเสบติดต่อเข็มที่ 2 Melody เก่งมาก ไม่ร้องเลยสักนิด หรือไม่ก็คุณหมอมือเบามาก หรือไม่ก็มันไม่รู้เรื่องอะไรเลย ส่วนพ่อหมาก็ซึมๆอีก แถมอ้วกในห้องตรวจด้วย เฮ้อ น่าสงสารจริงๆ โทรมมากๆเลย หมอที่เรารู้จักก็เริ่มเห็นด้วยว่า อาจจะเป็นพยาธิเม็ดเลือดก็ได้ ก่อนกลับปรึกษาหมอเรื่องอาหารการกินของ Melody เพราะถ้าเอาน้ำหนักที่ชั่งได้รอบนี้คือ 6.75 กิโลกรัม ซึ่งน้อยกว่ามาตรฐานลูกหมาอายุ 2 เดือนคือ 7.5 กิโลกรัม เราบอกว่าให้กินไข่ต้มวันละ 2 ฟอง หมอบอกว่าเยอะไป เหลือวันละฟองก็พอ นอกนั้นก็ให้อาหารเม็ดเพิ่มอีกหน่อยแล้วกัน รอบนี้ซื้อขนมให้ลูกหมาแทะเล่นเวลาเบื่อๆกลับมาด้วย เสร็จแล้วเราก็พาลูกหมาและพ่อหมาไปหาปลา ให้ดูว่า Melody ตัวโตขนาดไหนแล้ว ปลาบอกตัวโตมากกว่าเดิมเยอะเลย และก็ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย แล้วก็กลับบ้านเรา
    พอถึงบ้านราวๆเกือบ 3 ทุ่ม ลูกหมาหิวแล้ว ก็เอานมให้กิน 1 กล่อง และอาหารเม็ด 1 กำเล็กด้วย อิ่มเลย พุงป่องเชียว แถมไข่ต้มอีก 1 ฟอง เพื่อฝึกทบทวนคำสั่งนั่ง นิดหน่อย วันนี้ทำได้ค่อนข้างดี แต่ยังไม่ถูกต้องซะทีเีดียว ก็ต้องแก้กันต่อไป และก็ส่งเข้านอนไป
    ประมาณดึกๆ เกือบๆตี 2 ก็ลงไปให้อาหารลูกหมา เหมือนเดิม แถมฝึกด้วยไข่ต้มอีกฟอง เล่นกับมันด้วยบอลแปบนึง และส่งทั้งแม่ลูกเข้ากรงไปนอน และเราก็ไปดูอั่งเปา แม่บอกว่าตอนนี้มันดูทรุดกว่าเดิมอีก ลุกขึ้นมากินแทบไม่ไหวแล้ว เราเห็นแบบนี้ก็เลยบอกแม่ว่า พรุ่งนี้แม่หยุดงานเหอะ มาช่วยลูกดูแลอั่งเปาดีกว่า เพราะอั่งเปาตัวโต เรายกคนเดียวคงไม่ไหว และอั่งเปาก็ทำอาหารหก พื้นเลอะ และลื้นกว่าเดิมอีก เรากับแม่เราเลยต้องกันเช็คพื้นกันยกใหญ่ แถมต้องอุ้มอั่งเปาเพื่อหลบจะได้เช็คพื้นได้หมด แล้วก็เอาลังมาปูให้จะได้ไม่ลื้น แต่พอทำเสร็จ แล้วก็เอาชามมาให้มันกินต่อ มันก็ทำหกแบบนี้อีก ทำใหม่อีกรอบ รอบนี้เก็บชามอาหารขึ้น และเอาน้ำให้มันกิน อั่งเปามันก็ทำน้ำหกอีกรอบ ลังเปียกหมดเลย ก็ต้องทำแบบเมื่อกี้อีกรอบนึง เหนื่อยมาก แต่ต้องทำ ไม่งั้นนอนหมกชื้นๆคงไม่ดีกับอั่งเปาแน่ รอบนี้เก็บขึ้นหมดเลย และเรากับแม่ก็ขึ้นไปนอนตี 4
    February 17

    ูลูกหมาอายุ 60 วัน 1 สัปดาห์ผ่านไป ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึง

    เสาร์ที่ 16 กุมภา 2551
    ตื่นบ่ายโมงครึ่งกว่าๆ เพราะปลาโทรมาปลุก เมื่อคืนพอดีเราฝันค่อนข้างร้าย และมีอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ 5-6 รอบ แม่เราเลยให้กินยาแล้วก็หลับไปยาวเลย ตื่นมาก็ต้องลงไปให้อาหารหมา แต่พอดีแม่เราให้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังฝึกเหมือนเราทำเมื่อคืน เห็นวันนี้ Melody มันหูข้างที่ตั้งมันตกกลับลงมา แต่อีกข้างก็ทำท่าจะตั้งขึ้น กลายเป็นฐานหูตั้งทั้ง 2 ข้าง แต่ปลายหูยังตกอยู่ ดูแล้วตลกดีอ่ะ เราให้ Melody นั่งแล้วค่อยให้กินไข่ต้มทีละนิดๆ โดยมีแม่หมาอยู่ด้วย เหลือเฉพาะส่วนไข่แดง เราเลยขอทำหน้าที่ฝึกต่อ มันก็เดินอู้นิดหน่อย เพราะนึกว่าหมดแล้ว เราเลยเรียกกลับมานั่งต่อ มันก็นั่งอย่างว่าง่าย แล้วเราก็ให้ไข่แดงมันกิน แม่บอกให้ชิ้นใหญ่จัง แม่เราให้ทีละนิดเอง มิน่าล่ะ ให้อยู่นานจนลูกหมานึกว่าหมดแล้ว เราก็สั่งให้มันนั่งอีก 3-4 ครั้งจนหมด แม่เราเล่าให้ฟังว่า เมื่อกี้แม่เราให้มันอยู่ในคอกกับแม่มัน โดยแม่เราไม่ได้เฝ้าเพราะต้องไปให้น้ำเกลืออั่งเปาที่หลังบ้าน แต่ก่อนไปดูทุกจุดดีแล้วว่าไม่มีตรงไหนที่ีแม่มันจะพังออกไปได้ ตรงประตูยืดหดก็เป็นแบบเหล็ก หนักใช้ได้ ดันออกไปหรือกระโดดข้ามไม่พ้นแน่นอน บางช่วงก็ปล่อยแม่มันออกมา แล้วเปิดวิทยุให้มันฟังแทน -_-! จะได้เหมือนมีคนอยู่ด้วย เหอๆ คิดได้ไงเนี่ยแม่ แต่ลูกหมามันท่าทางกลัวปนงงว่ากล่องอะไรหว่า มีเสียงดังจัง เหอะๆ แล้วตอนกลางวันเมื่อกี้ก็ให้กินนม 1 กล่องและอาหารเม็ดแล้ว มีอู้นิดหน่อย แต่น้อยลงกว่าเดิม สงสัยจะหิว และพอถึงช่วงแจกไข่ต้ม แม่หมา Marble ก็พังไม้เข้ามาจากอีกทาง (ที่เก็บของใช้สวน) แต่ไม้ไม่ล้มนะ คือประมาณว่าไม้มันแง้มและปิดเองอ่ะ มันก็มานั่งขอกินด้วย เลยแบ่งกันกิน แบบให้ลูกหมามากกว่า ให้แม่หมานานๆที และพอดีให้ทีละนิดลูกหมาเลยเบื่อ แล้วก็อู้ไม่ยอมนั่ง แม่หมามันก็อยากกินจะแย่ เห็นลูกมันไม่ยอมนั่ง แม่หมาเลยเอาขาหน้าของมันกดก้นลูกหมาให้นั่งลง เห็นแล้วน่ารักดีแฮะ สอนกันเองซะเลย หุหุ หลังจากมันกินเสร็จ เราก็เฝ้ามันเดินเล่นข้างนอกคอกแทนแม่เรา เราพามันไปหลังบ้าน เพราะอยากไปเยี่ยมอั่งเปาหน่อย แม่เราบอกเพิ่งให้น้ำเกลือไปอีก 250 ซีซี และก็อ้วกด้วย เพราะอาหารไม่ย่อย กินนม ไข่ต้มพอได้ และก็ยาแก้ปวด แก้อักเสบ ลดบวม เท่าที่ดู ขาหลังมันยังบวมอยู่เหมือนเดิม แล้วก็เห็น Marble มันตามมาด้วย เลยบอกมันฝากดูแลลูกหน่อย พี่จะดูอั่งเปา เราบอกมันว่าพาลูกมันมาเยี่ยม Melody เข้าไปดมๆมองๆพ่อมันที่นอนอยู่ในคอกหน้าห้องหลังบ้าน และก็บอกมันว่า ขอให้หายเร็วๆนะเปา เห็นมันซึมๆแบบนี้แล้วไม่สบายใจเลย หันกลับมาอีกที อ่าว กองอ้วกยังอยู่เลย หวังว่า ลูกหมาคงไม่กินเข้าไปนะ เพราะไม่ได้แหว่งไป แต่เอทำไมหายกันไปหมดเลย เดินตามหามาถึงหน้าบ้าน ปรากฎลูกหมามันเดินตามแม่มันไปนี่เอง กำลังชวนตัวแม่เล่นอย่างซุกซนเลย เราก็เลยเดินกลับมาเล่นกับมัน แปบนึง และเอามันเข้าคอกไปกับแม่มัน เพราะเราต้องมากินข้าวก่อน ยังไม่ได้กินเลย บ่าย 2 กว่าจะบ่าย 3 แล้ว
    ตอน 3 บ่ายกว่าๆกินเสร็จ ก็ลงไปเล่นกับลูกหมา เราก็เอาลูกบอลมาเล่นกับมัน มันงับได้ดี มีรั่วบ้าง สมาิธิเริ่มดีขึ้น เล่นได้นานขึ้นหน่อย สงสัยมีความหมั่นเขี้ยวลูกบอลมากขึ้น และเราก็รีบเก็บบอลขึ้นระหว่างเล่นกัน จะได้อารมณ์ค้าง 55 วิธีนี้ผลมาแล้วกับ Bulto นะ จะบอกให้ หลังจากนั้นก็ปล่อยให้ลูกหมาอยู่กับแม่ในคอกไปก่อน แล้วเราก็ไปถ่ายรูปอั่งเปา เพื่อส่งให้หมอสัตวแพทย์ที่รู้จักกันดู เพราะพอดีหมอวันนี้ไม่ว่าง ให้ไปที่รพ.จุฬา สัตว์เล็กแืทนในวันพรุ่งนี้ เพิ่งเห็นว่ามันบวมทั้งขาหน้าข้างขวาและขาหลังข้างซ้ายเลยนะเนี่ย น่าสงสารจังซึมไปเลย เอาแต่นอน พอถ่ายรูปเสร็จก็กลับมาหาลูกหมาจะถ่ายรูปลูกหมาบ้าง เปิดประตูมาแม่หมาและลูกหมานอนอยู่ตรงบันได ท่าทางลูกหมามันง่วงมากแล้ว ก็เลยส่งเข้ากรงไปนอนกับแม่มันตอน 4 โมง เราขึ้นมาบนบ้านเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอกเราว่า วันนี้ก็เห็นแม่มันตอนนอนตรงบันได เอาขาหน้ามาก่ายลูกมันไว้เหมือนกอดกัน ดูแล้วเห็นถึงความรักของแม่ลูกคู่นี้จริงๆ น่ารักซะ
    ประมาณ 5 โมงครึ่งกว่าๆ ถึงจะได้ลงไปปล่อยลูกหมาอีกรอบ เฮ้อใกล้จะมืดแล้ว ผิดแผนไปหน่อยกะลงมาเร็วกว่านี้สักครึ่งชั่วโมง ก็ปล่อยมันวิ่งเล่นไปมานอกคอกตรงนั้น เราก็เฝ้าดูมันเล่นซนไปเรื่อย บางทีก็หากระดูกมานอนแทะ เราก็เข้าไปดูถ้าชิ้นเล็กไป หรือแหลมไปก็ไปแย่งมันมา มันเลยมักจะวิ่งหนีเรา กลัวเราแย่งมัน เราเลยต้องเอาลูกบอลมาล่อให้มันเล่นแทน งับได้ดีขึ้นจริงๆแหละ เห็นท่ามันวิ่งเข้ามาจะงับลูกบอลแล้วชอบจัง เหมือนหมาอารักขามากๆ มีความตั้งใจในการไล่ตามงับลูกบอลมากขึ้นเยอะ และเราก็หยุดเล่นซะดื้อๆเหมือนเดิม สร้างความอยากให้มันเยอะๆ จะได้ติดบอล บางทีลูกหมาก็ชอบจะเดินไปทางข้างหลังบ้านอีก เราก็ต้องเรียกกลับมา เพราะตอนนี้มันมืดมากแล้ว และก็เลยให้มากินนม 1 กล่อง อาหารเม็ด 1 กำที่ใหญ่กว่าเดิมหน่อย เพราะท่าทางมันก็โตขึ้นน่าจะเพิ่มปริมาณอาหารหน่อย และก็กินหมดซะด้วยอู้แค่นิดหน่อยเท่านั้น เราเลยฝึกต่อด้วยอาหารเม็ดอีกประมาณ 10 เม็ดได้ ตอนนี้แก้ไขเรื่องโฟกัสให้มันหันมามองที่เรามากขึ้น ก็ดีขึ้นระดับหนึ่ง แต่ต้องแก้อีกเยอะ ท่านั่งก็ไม่ค่อยจะถูกต้อง ตอนเย็นนี้ยังไม่ได้ให้กินไข่ต้ม เพราะจะไว้ตอนกลางคืนกิน (กะว่าวันละ 2 ฟองก็พอดีกว่า เดี๋ยวเยอะไป) และส่งเข้ากรงไปนอนทั้งแม่และลูก ตอน 1 ทุ่มกว่าๆ ส่วนเราไปเยี่ยมอั่งเปา มันยังบวมอยู่ พ่อกำลังให้มันกินยา 3 อย่างเหมือนเดิม ไม่ยอมกินอาหารเม็ด กินแต่นมกับไข่ต้มบ้าง แล้วก็ออกมาไปขี้กัฉี่ และกลับมานอนหลังบ้าน แแต่ไม่ได้เข้าไปนอนที่เดิม
    ตอนตี 1 ลงไปให้มื้อดึก อั่งเปาดูดีขึ้นเพราะลุกเองมารอกินได้ แต่กินได้ไม่เยอะ แม่เราดูหมาโตไป ส่วนเราก็ไปปล่อยแม่ลูกแสนแสบ ให้แม่หมากินหน้ากรงเลย กั้นไม้ไว้ ไม่ให้ลูกหมาไปยุ่ง ส่วนลูกหมาก็มากินนมกับอาหารเม็ดเหมือนเดิม รอบนี้อู้มากกว่ามื้ออื่นๆ แต่ก็ยังน้อยกว่าวันก่อนๆเยอะ เพราะมีเสียงหรือหลายๆอย่างมาเบนความสนใจของมันไป พอเราลากตัวมันกลับมา มันก็กินต่อโดยดี เป็นแบบนี้ 2-3 รอบ ก็หมดชาม รีบชมมันว่าเก่งมากๆ แล้วมันก็เดินวนไปมา พยายามจะเข้าไปหน้ากรง แต่สุดท้ายมันก็ไปขี้นี่เอง -_-! เรียกมันออกไปขี้ข้างนอกไม่ทันซะแล้ว แต่วันนี้ขี้มันกลับมาปกติดีแล้ว ไม่เหลวเหมือนวันก่อนๆ และเราก็ปล่อย Marble ออกไปทำธุระ ต่อมาเราพยายามฝึก Melody นั่งด้วยอาหารเม็ดอีกประมาณ 4 เม็ด มันก็เริ่มจะไม่มีสมาธิแล้ว ก็กลับมาให้กินไข่ต้มแทน รอบนี้มันก็นั่งนะ แต่สงสัยเราจะเว้นนานไปหน่อย เพราะลูกหมาไม่ยอมมองหน้า จะก้มลงไม่ก็หันไปทางอื่น ไม่ยอมมองหน้าเราซะที เลยทำให้มันลุกเดินไปเล่นบ้าง เพราะนึกว่าไม่ให้มันกินแล้ว เราเลยต้องเปลี่ยนแผน ฝึกโฟกัสตอนนี้คงยังไม่เหมาะ เปลี่ยนมาเป็นฝึกให้นั่งให้ถูกท่าทางคือต้องนั่งโดยก้นลงน้ำหนักที่ขาหลัง2ข้างเหมือนคนนั่งยองๆอ่ะ (แบบแม่มันนั่ง เพราะเราฝึกมันมาดีแล้ว หุหุ) ไม่ใช่นั่งก้นแตะพื้นเต็มๆ (พ่อมัน อั่งเปานั่งท่านี้ซื้อผิด) ซึ่งมันคงไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ให้มันกิน เลยออกอาการเบื่อ แต่ก็ต้องอดทนหน่อยนะ จะได้นั่งได้ถูกต้อง เพราะมีผลต่อไม่ใช่แค่บุคลิก แต่มีผลต่อทางร่างกายด้วย นั่งไม่ถูกทำให้ลงน้ำหนักไม่ถูกต้อง กระดูกอาจเจริญผิดปกติได้ (แบบ Bulto) ยิ่งพันธุ์นี้มีเรื่องปัญหากระดูกอยู่ในบางตัว กว่าจะกินได้หมด ใช้เวลานานไปหน่อย แล้วก็ส่งแม่หมากับลูกหมาเข้ากรงนอน แม่บอกเราว่า เมื่อกี้ให้อั่งเปากินไข่ต้มด้วย แต่ไม่ยอมกินเพราะสงสัยกลัวยัดยาไว้ ทั้งที่แกะเอายาออกมา ให้กินโดยตรงไปแล้ว เราเดินไปเยี่ยมมัน บอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะพาแกไปตรวจนะ อดทนหน่อย จะได้หายไวๆ
    February 15

    ลูกหมาอายุ 59 วัน เพื่อกิน หนูทำได้ -_-!

    ศุกร์ที่ 15 กุมภา 2551
    วันนี้ออกจากบ้านแต่เช้าอีกแล้ว เฮ้อ ไป present poster senior project ก่อนออกจากบ้านก็ทักทายเด็กน้อย Melody ตาแป๋วที่อยู่ในกรงกับแม่หมา และเราก็ออกจากบ้านไป
    กลับบ้านมาเกือบ 6 โมงเย็นแล้ว ใกล้มืดแล้ว เฮ้อ รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วปล่อยทั้ง 2 ตัวออกมา โดยตอนเย็นก็ไปรับประตูกั้นยืดหดได้มาเรียบร้อย ช่องบนห่าง ช่องล่างถี่หน่อย (ป้องกันลูกหมาลอดออกไป) ราคา 2200 บาท เฮ้อ น่าจะคุ้มนะ หวังว่าจะกั้นเจ้า Marble ไม่ให้พังล้มอีก (หรือเปล่า) ส่วน Melody ก็ไปขี้หน้ากรงอีกแล้ว (เริ่มเป็นนิสัยซะแล้ว ต้องรีบแก้ไข) เหลวพอควร และก็เริ่มซนทันที ด้วยการไปคุ้ยกระดูกที่เหลือจากเมื่อวานตอนกลางคืนที่เทไว้ให้หมาโตมากิน เราต้องรีบไปแย่งมันมา เป็นกระดูกชิ้นเล็กอ่ะ แหลมด้วย กลัวติดคอ หรือกระเพาะทะลุ มันก็ฉลาดคาบแล้ววิ่งหนีเราอีก แต่ยังไงก็สู้เราไม่ได้หรอก (จ่าฝูงต้องห้ามแพ้หมาหนิ ยิ่งเป็นหมาน้อยด้วย) บางทีระหว่างนั่งเฝ้าเจ้าเด็กน้อย ก็นั่งตรงที่ที่เดิม ที่เคยนั่งหยิบเห็บหมัดให้หมาน้อยทั้ง 2 เป็นชั่วโมงๆ คิดถึง Dumbo จังเลยง่า ฮือๆๆ กลับมาเข้าเรื่องดีกว่า ต่อมาเราก็เลยตัดสินใจแยก Melody จอมซ่าออกมาใส่ในคอก แล้วเลือกกระดูกติดเนื้อชิ้นขนาดเหมาะกับมันให้ 2-3 ชิ้น แล้วที่เหลือให้หมาโตกิน วันนี้กระดูกน้อยด้วย Marble ก็แสบ จะเข้าไปในคอกเพื่อจะแย่งลูกกินอีก เราต้องรีบตะโกนไล่มันออกมา ก็นั่งเฝ้ามันแทะไปแปบนึง แม่เราบอกให้มันกินนมเหอะ น่าจะหิวแล้ว ลูกหมาก็รีบเดินไปหาแม่ทันที (จริงๆเลย รู้ว่าแม่ชอบมีอะไรให้กิน รีบประจบเชียว -_-!) แล้วแม่ก็หยิบนมมาให้กับไข่ต้ม 1 ฟอง ส่วนเราก็เรียกลูกหมาตัวแสบมาหา หยิบชามลงมาวาง สั่งให้มันโดยพูดชัดๆว่า "นั่ง" คำเดียวสั้นๆ วันนี้ไม่ยอมทำตามแฮะ ยังคงวิ่งวุ่นไปมา เที่ยวจะหาทางออกไปเล่นข้างนอก เราเลยต้องสั่งอีกหลายรอบ แต่ละรอบก็พูดห่างๆกันหน่อย มันก็ยังไม่ยอมฟัง สุดท้าย ต้องจับมันนั่ง ให้มันนิ่งๆ แล้วค่อยเทให้มันกิน (ต้องทำผิดวิธีบ้างล่ะ รอไม่ไหวอ่ะ) แล้วก็กินไปได้ครึ่งทางเหมือนเดิม ก็วิ่งไปวิ่งมาอีกแล้ว ไปขี้หน้ากรงอีก เหลวเลย แย่จริง ไปกินไรมาอีกล่ะเนี่ย เสร็จแล้วก็ไม่ยอมกลับมากิน วิ่งไปวิ่งมาอยู่อย่างนั้น แถมบางทีก็เรอเสียงดังมากออกมา จนแม่เรานึกว่าเราเรอ เราบอกไม่ใช่ ลูกหมามันเรอ 5555555 แล้วเราใส่อาหารเม็ดลงไป 1 กำเล็กๆเหมือเดิม ก็ไม่กินอีก หันไปแทะกระดูกต่อซะงั้น เลยต้องแอบไปเก็บกระดูกไปซ่อนไว้บนที่สูงหน่อย มันหากระดูกมันไม่เจอ เลยกลับมากินอาหารต่ออย่างว่าง่าย รวดเดียวหมด (ดีเนอะ รู้แล้วว่าคราวหลังให้มันกินก่อน ค่อยให้มันแทะกระดูกแล้วกัน) พอกินหมดก็รีบชมๆๆ แล้วเลยหยิบอาหารเม็ดมาเพิ่มอีก 3-4 เม็ด เพื่อจะมาฝึกคำสั่งนั่งและให้มันโฟกัสมาที่เรา (ให้มันมองเรานิ่งๆ สมาิธิอยู่ที่เราเพื่อรับคำสั่ง) แต่มันก็ไม่นิ่งเลย ออกลายวิ่งซนไปมาอีก เลยสุดท้ายเอาใส่ชามแบบให้มันมีเสียง สั่งให้มันนั่ง หลายรอบหน่อย ห่างๆกัน สักพักถึงยอมนั่ง ก็รีบให้มันกินทั้งหมดนั่น แล้วเปลี่ยนไปแกะไข่ต้มให้มันกินแทน ได้ผล รอบนี้มองเรามากขึ้นเยอะ แต่ยังไม่นิ่งตามประสาลูกหมา สงสัยรอของอร่อยอยู่นี่เอง คราวนี้สั่งนั่ง มันก็อิดออดนิดหน่อยก่อนจะนั่ง เราก็ให้มันกินนิดหน่อย มันก็ลุกขึ้นยืนมากิน แล้วเราก็สั่งนั่งลงไปใหม่ มันก็นั่งเร็วขึ้น ดีขึ้น นิ่งขึ้น คงเริ่มรู้เรื่องขึ้นบ้างแล้ว ไม่ก็เพราะอยากกินเต็มที สงสัย Melody ท่าทางจะ food drive สูงกว่า pray drive (แรงขับในการไล่ล่าเหยื่อ) เดี๋ยวต้องดูต่อไปอีก เราอยากให้มันเป็น pray drive มากกว่า เพราะจะได้ฝึกได้สนุกกว่าทั้งหมาและคน แล้วก็ทำแบบนี้ซ้ำๆ มันก็เข้าใจ แต่หลังๆขี้โกง ไม่ยอมลุกแล้ว เราเลยต้องใช้วิธีเลื่อนชามออกห่างจากตัวมัน มันจะได้ลุกขึ้นไปกิน ทำแบบนี้ประมาณ 10 กว่าครั้งจนหมดไป 1 ฟอง แล้วก็เล่นลูกบอลกับมัน วันนี้มันไม่ได้ใช้ขาหน้าช่วย แต่ก็งับได้แน่น สะบัดแรงมากขึ้น ดีๆ แต่มันยังเล่นได้แปบเดียวเหมือนเดิม (สมาธิสั้นเหมือนพ่อแม่มันไม่มีผิด) เอาเหอะยังเป็นแค่ลูกหมา ค่อยๆหัดกันไปเรื่อยๆ แต่วันนี้มันอยู่ดีๆก็มางับเท้าเราอีกแล้ว แถมงับรองเท้าแย่งกับเราจนรองเท้าแตะขาดอีก -_-! เจ้าหมาน้อยนี่น้า แล้วเราก็ปล่อยมันออกมาซนนิดหน่อยนอกคอกบ้าง เจ้าอั่งเปานั่งหน้าซึมอยู่ตรงที่กินน้ำหมา มันยังคงไม่ดีขึ้นอีก พ่อเราก็เอายาเอาไข่ต้ม และอื่นๆมาบำรุงมัน มันก็ไม่ค่อยจะยอมกิน เห็นขาหลังข้างซ้ายแล้ว บวมมากเลย ต้องพาไปหาหมอซะแล้วพรุ่งนี้ สงสารมัน นิสัยเปลี่ยนไปเลย ตอนมันไม่สบายเนี่ย ลูกหมายังจะไปแหย่เล่นกับเขาอีก เราต้องรีบแยกมันออกมา มันทำต่อจะไปหลังบ้าน แต่ตอนนี้มืดแล้ว ต้องรีบเรียกมันกลับมา ดีที่มันเชื่อฟังบ้างตรงที่เรียกแล้วมาหาเราเนี่ย เจ้า Marble เราก็ให้เข้าไปในคอก เพื่อให้มันเลียชามที่ลูกมันกินเหลือนิดหน่อย ตอนนี้จะเรียกว่า หย่านมแล้วคงได้ เพราะไม่เห็นมันกินนมแม่แล้ว ไม่ได้ทันทำตามตำราเลยแฮะ ก็คงโอแล้วแหละ แต่พอเจ้าแม่หมาเลียชามเก็บตกหมด แล้วก็ไปแย่งกระดูกลูกมันที่เราเอาไปซ่อนลูกหมาไว้ซะงั้น เพราะแม่มันเือื้้อมถึงสบายๆเลย เหลือชิ้นเล็กนิดเดียว แม่เราก็บอกว่าไม่ต้องให้กินแล้ว และแล้วถึงเวลาเข้ากรงของลูกหมาและแม่หมาแล้ว ก็ส่งมันเข้ากรงไปเรียบร้อยตอน 1 ทุ่ม
    ตอนประมาณ 4 ทุ่มเห็นพ่อเราบอกอั่งเปามันอาการไม่ค่อยดี เราก็ถามว่าจะพาไปหาหมอมั้ยตอนนี้ แล้วพ่อเราก็หายไปเลย เราก็รอสักพัก เห็นเงียบหายไป เลยเดินไปหาพ่อ แต่พ่อไม่อยู่ เลยมองไปทางข้างหลังบ้านเห็นไฟเปิดอยู่ ก็รู้ว่าพ่อไปหาอั่งเปานี่เอง เราก็ลงไปดูมันหน่อย เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน เห็นพ่อกำลังให้น้ำเกลือมันอยู่ แม่เราก็อยู่ เราก็นั่งเป็นเพื่อนด้วยคน ลูบหัวมัน ปลอบใจมัน ขอให้มันหายไวๆ สงสัยมันไม่ค่อยได้กิน เลยหมดแรง แล้วก็เอานมมาให้มันกิน ไข่ต้ม อาหารเม็ด มันก็กินๆหยุดๆ กินนมกับไข่ต้มได้พอควร แต่ไม่หมดแล้ว ก็ให้ยามันกินด้วย(ยัดใส่ไข่ต้มนี่แหละ) ก็คงดีขึ้นบ้างหน่อย ดูมีเรี่ยวแรงมากขึ้นมา แล้วเราก็ขึ้นมาทำงานต่อ
    ตี 1 ลงไปให้ข้าวหมา อั่งเปายังคงกินได้ไม่เยอะเท่าไหร่ แล้วก็ไปปล่อยแม่หมาและเด็กน้อยออกมา แม่หมาก็กินข้าวมันไป ลูกหมายังคงซนเหมือนเดิม ยังจะไปแย่งแม่หมากิน ต้องเรียกมาแล้วจับให้นั่งเฉยๆก่อน ค่อยเทนมให้กิน กินได้ไปไม่เท่าไหร่ เดินไปเดินมาอีก นึกว่าจะขี้ แต่พอปล่อยจะให้ไปขี้นอกคอกพร้อมแม่มันที่กินเสร็จแล้ว มันก็เอาแต่เล่น ไปคุ้ยกระดูกมาแทะอีก เลยอุ้มกลับมา มันก็ไม่กินต่อ สุดท้ายวิ่งไปขี้หน้ากรงเหมือนเดิม (เอากับมันดิ) เหลวน้อยกว่าเดิม แต่ยังเหลวอยู่ แล้วก็จับมาบังคับกินต่อ 2-3 รอบ โดยใส่อาหารเม็ดเข้าไป 1 กำเล็กเช่นเคย เพราะมันรู้ว่ามีไข่ต้มกิน เลยจะมาพยายามตะกุยเพื่อขอแม่เรา แต่เราบอกมันว่า กินชามนี้หมดถึงได้กินไข่ต้ม ถึงจะยอมกินต่อรวดเดียวหมด -_-! แล้วเราก็ฝึกให้แม่ดู มันก็ยังทำได้ดีขึ้นกว่าตอนเย็นอีกนั่งได้นิ่งขึ้นมาก ไม่อู้ด้วย เราเลยเพิ่มเงื่อนไขให้มันมองหน้าหรืออย่างน้อยมองไข่ก่อนถึงได้กิน ก็มองบ้างไม่มองบ้าง ต้องเอาไข่ล่อตาให้มันมอง จนกินหมด แม่เราชมว่ามันฉลาดจริงๆ สอนแปบเดียวเป็นแล้ว ให้แม่หมาเข้ามาจัดการเก็บกวาดซะ และเราก็เอาลูกบอลมาเล่น ยังงับได้แน่นและสะบัดแรง แต่มันก็ยังเล่นบอลได้ไม่นาน เพราะแม่หมาอยู่ เลยมารบกวนสมาธิของลูกหมาไป แล้วก็ให้มันออกมาเดินนอกคอกแปบนึง ก็ให้กลับเข้าไปเข้ากรงได้แล้ว เพราะถึงเวลานอนแล้ว ให้แม่หมาเข้าก่อน และก็อุ้มลูกหมาส่งเข้ากรงไป ตัวหนักขึ้นมาก พรุ่งนี้ไปหาหมอเพื่อฉีดวัคซีน จะเอาไปชั่งน้ำหนักดู ว่าถึง 7 กิโลกรัมตามมาตรฐานลูกหมาอายุ 2 เดือนตัวเมียแล้วหรือยัง

    ลูกหมาอายุ 58 วัน ความรักที่มอบให้กันและกัน

    พฤหัสที่ 14 กุมภา 2551
    วันนี้ตื่นแต่เช้าออกจากบ้านไป ก็ทักทายเด็กน้อยหูตั้งข้างเดียวว่า วันนี้จะกลับมาเร็วหน่อยน้า น่ารักจริงๆเลย ไอ้หูตั้งข้างเดียว แล้วก็ออกจากบ้านไป หลังจากคุยงานกับปลาและอิซ่าจนเสร็จ แต่พอดีลืมของ พวกเราเลยเดินทางกลับไปรอรับของที่พี่นิเอาของมาให้ พอพี่นิมา ปลาก็มี surprise ให้อึ้ง นั่นคือ เขากับอ้อน เมื่อวานรีบกลับบ้าน เพื่อทำขนมมาแจกในวันนี้นั่นเอง (เมื่อวานเราถาม พี่แกหลอกเราซะเชื่อสนิทเลยว่าจะไปหาหมอฟัน หลอกเก่งนะเนี่ย) เป็นโอริโอไวท์ช็อกมูส กินแล้วสำหรับเราถือว่าอร่ิอยใช้ได้เลย ไม่อยากเชื่อปลาทำเองเป็น -_-! แล้วก็กลับไปคุยงานต่อ พอคุยธุระทั้งหมดเสร็จ ก็กลับกัน แต่พอดีมีเหตุทำให้เราเปลี่ยนใจกระทันหัน เราเลยไปรอแม่ที่ที่ทำงานแม่ สุดท้ายก็ไม่ได้กลับก่อน โทดทีนะหมาน้อย ที่เราผิดสัญญาจนได้...
    แล้วเราก็กลับบ้านพร้อมแม่ ถึงบ้านตอน 4 โมงเกือบๆ 5 โมงโน่นเลย และรีบพาแม่หมาและเด็กน้อยออกมาเดินเล่น แต่แม่เราบอกให้กินนมก่อน มันหิวแล้ว ความจริงเรากะให้กินหลังเล่นเสร็จ จะได้หิวแล้วกินอิ่มเข้ากรงนอนเลย โอเค กินก่อนก็ได้ แต่ก็เหมือนเดิมคืออู้มาก กินไปเล่นไป พอใส่อาหารเม็ดเข้าไปอีกหน่อย ก็ยังไม่ค่อยจะกินอีก เลีย 1 ที แล้วก็ไปซน ต้องใช้วิธีเดิม ไข่ต้มของโปรดค่อยๆใส่ให้มันกินจนหมดชาม กินเสร็จแล้วก็พาเดินเล่น จนเดินไปทางหลังบ้านเพื่อไปหาอั่งเปาที่ไม่สบายอยู่ พ่อบอกมันซึมๆ นอนอยู่หลังบ้าน เราก็เลยเดินไปเยี่ยมซะหน่อย ลูบหัวมัน และบอกมันว่าหายไวๆน้า เห็นแบบนี้แล้วไม่สบายใจเลย แล้วก็เดินกลับมาหน้าบ้าน เจ้า Melody วิ่งเล่นซนไปตามเรื่อง และก็ไปเล่นใต้แท็งค์น้ำใกล้ที่กินน้ำหมาโต ไปงับๆแทะๆ ขุดๆอะไรก็ไม่รู้ใต้นั้น ทั้งที่มันเป็นปูนซีเมนต์ -_-! บางทีก็วิ่งวนอยู่ตรงหลุมที่พวกมันเคยเล่นกัน ทำให้คิดถึง Dumbo ขึ้นมาอีก ถ้า Valentine นี้มีมันอยู่ด้วย จะ Happy มากๆเลย แต่มันไม่มีแล้ว กลับมาเข้าเรื่องต่อ เราเอาลูกบอลมาล่อมันอีก Melody มันก็เล่นด้วย แถมมีเทคนิคเพิ่มเติมแฮะ คือ ใช้ขาหน้าช่วยกดเชือกด้วย (ขี้โกงมาก) ไม่ให้เราเหวี่ยงหรือดึงเชือกไปมาได้ แต่แรงมันยังไม่พอหรอก หุหุ สู้เราไม่ได้อยู่ดี แล้วเราก็เลิกเล่นกลางคัน (เพื่อให้มันอารมณ์สนุกค้างอยู่) และก็เปลี่ยนเป็นให้มันวิ่งไล่เรา เราก็วิ่งขึ้นบันไดหน้ามุก มันก็พยายามตามมาแต่ยังไงก็ปีนบันไดขั้นแรกยังไม่สำเร็จ เฮ้อ พยายามหลอกให้มันมาทางฝั่งที่ขั้นแรกห่างพื้นน้อยหน่อย (พื้นไม่ทรุดลงมาก) ก็ยังคงไม่ยอมขึ้นมา เพราะมันคงคิดไปแล้วว่าขึ้นมาไม่ได้ ต่อมาเราก็ไปหยิบมือถือมาพยายามจะถ่ายรูป แต่ถ่ายไม่ค่อยจะได้ มันซนไม่อยู่นิ่งเลย แม่เราก็เลยช่วยหลอกมา ได้รูปค่อนข้างโอเคหน่อยมา 2-3 รูป นอกนั้นภาพไหวๆหมด ระหว่างเรากำลังเล่นกับมัน
    ป้าอี๊ดข้างบ้าน เอามะม่วงมาให้ เลยอุ้ม Melody ขึ้นไปให้เขาดูใกล้ๆ บอกว่าตัวโตขึ้นมากเลย ส่วนวันนั้น Dumbo ตายไป เขารู้เรื่องแล้วล่ะ (เราเล่นร้องโวยวายลั่นบ้านแบบนั้นหนิ) คุยกันสักพักแล้วเราก็เล่นกับลูกหมาต่อ มันก็มีวิ่งไปชวนเล่นกับแม่ ชวนป้าเล่น แต่แม่หมาเล่นแรงมาก ต้องคอยเตือนมันบ่อยๆ แต่ Bulto ไม่ค่อยถูกกับเด็กเหมือนเดิม แถมเห่าใส่ตอน Melody จะปีนขึ้นบันได ส่วน Buddy โอเคหน่อย วันนี้ไม่ได้แสดงอาการขู่ใส่เด็กอีก ตอนนี้ 6 โมงครึ่งกว่าก็ถึงเวลาเข้ากรงแล้ว วันนี้ไม่มีกระดูกให้มันแทะ เพราะไม่ได้แวะเอามาก่อนกลับบ้าน พอเอาลูกหมาและแม่หมาเข้ากรง แล้วออกไปเก็บมะม่วงที่หล่นไปนอกบ้าน มาให้หมาๆในบ้านกิน (มันแตกแล้ว แต่ก็สุกแล้ว เสียดายอ่ะ)
    ตอน 3 ทุ่มพ่อกลับมา พร้อมกระดูกให้หมาแทะ เลยปล่อยแม่หมาออกมากินกระดูก แต่ไม่ได้ให้ลูกหมาออกมาด้วย ให้มันอยู่ในกรงไป ก็เอาเหอะวันนี้งดแล้วกัน (แอบสงสารเหมือนกันนะเนี่ย อดกิน)
    ตี 1 กว่าๆ ก็ลงไปให้ข้าวหมา แม่ก็ให้หมาโตที่หลังบ้านไป ส่วนเราก็ปล่อยแม่ลูกตัวแสบออกมา ให้แม่มันออกไปนอกคอก ส่วนลูกหมาก็เล่นลูกบอลกับเรา วันนี้งับแน่นมากแฮะ ดีๆๆ ชอบๆ แถมใช้เทคนิคใหม่นี้อีก (เอาขาหน้าช่วยกดเชือกลง) น่ารักจริงๆ แต่แปบเดียวแม่เราก็มาพร้อมอาหารหมาโตของแม่หมา เลยต้องเอาให้ Marble กลับเข้ามากินก่อน และก็เทนมให้ลูกหมากินไปพร้อมๆักัน ระหว่างจะไปหยิบกล่องนมมาตัด มันก็ดิ้นๆ (อุ้มไว้ด้วยแขนข้างเดียว หนักก็หนัก ยังจะดิ้นอีก) เกือบหล่น แต่เราก็รีบวางชามไว้ สั่งให้นั่ง ไม่นั่งแฮะ ก็เลยต้องทวยความจำหน่อย กดให้มันนั่ง (ไม่ค่อยจะถูกวิธีนักหรอก แต่มันซนมากๆ ต้องทำให้มันสงบก่อน) มันก็นั่งนิ่งๆแล้วค่อยเท เทไปกินได้ครึ่งเดียว ออกลายซนอีกแล้ว ต้องไปคว้าตัวกลับมา แล้วมันก็ไปอีก ไปขี้หน้ากรงเลย เหลวมากๆ แย่จัง เป็นไรเนี่ย ตอนเย็นยังเป็นก้อนดีอยู่เลย แล้วเราใส่อาหารเม็ดไปกำนึง ก็ไม่ยอมกิน แม่เราก็เฝ้าแทน โดยเอาไข่ต้มค่อยๆใส่ให้มันกิน เราก็ไปเอากระดูกที่เขาเอามาให้อีกหน้าบ้าน กลับมาลูกหมากินหมดแล้ว -_-! ดูมัน รอกินของอร่อยจนนิสัยเสียแล้ว เราก็เทกระดูกไว้นอกคอกไกลๆ ให้หมาโตตัวอื่นกิน สักพักก็ให้มันเข้ากรงดีกว่า ส่งแม่หมาเข้ากรงก่อน แล้วเราก็ส่งเด็กตาม ก่อนมันจะเข้ากรง เราก็อุ้มมันแล้วโดนเลียแก้มส่งท้ายให้ในวันวาเลนไทน์ ส่งความรักซะเต็มหน้าเลย (เมื่อวานก็โดนเหมือนกัน) แต่แค่นี้ก็มีความสุขมากแล้ว เห็นมันค่อยๆเติบโตแบบนี้ก็หายเหนื่อย และเราก็บอกฝันดีนะแม่หมาและลูกหมา เจ้า Melody ก็ยังร้องๆ คงยังอยากออกมาเล่นต่อ แต่ตอนนี้ยุงเยอะมากแล้ว ไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้ present poster senior project อีก และแม่เราเล่าให้ฟังว่า อั่งเปายังคงไม่ค่อยจะดีึ้ขึ้นเลย กินน้อย ดูซึมๆอยู่ กะว่าดูอาการอีกวัน หลังจากให้มันกินยาแก้ปวด แก้อักเสบไปแล้วมา 2 วัน ถ้ายังไม่ดีจะพาไปหาหมอสักหน่อย พร้อม Melody ทำวัคซีนรอบ 2 (เฮ้อ เหลือ Melody ตัวเดียวเองง้า)

    วันนี้ก็ฝากกลอนดีๆ ที่ได้มาจากพ่อเอามา (จากไหนสักแห่ง) ในวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก สำหรับเรามันไม่ใช่แค่ระหว่างคนหนุ่มสาว แต่ัจะเป็นระหว่างใครก็ได้ แม้แต่คนกับหมา... (พูดแล้วดูซึ้งมั้ย แต่ความจริงแล้ว ก็ไม่มีแฟนอ่าแหละ เลยพูดแบบนี้ ฮาาาาาาา)

    "คนกับหมา"

    คนกับหมาต่างกันที่ตรงไหน
    พูดไม่ได้นั่นแหละมันคือหมา
    ไม่โกหกหลอกลวงปวงประชา
    รักของหมาแสนซื่อนั้นคือนาย

    ไม่ว่าเขาจะเป็นใครไม่สน
    มีหรือจนหมานั้นรักเหลือหลาย
    จะปกป้องเจ้าของแม้ต้องตาย
    ขอให้นายอยู่สุขทุกคืนวัน

    ไม่เหมือนคนที่ยกตนว่าประเสริฐ
    ถือกำเนิดจากเทวาพาสุขสันต์
    แต่จิตใจต่ำช้ายิ่งกว่ามัน
    เหยียบเพื่อนตายเพื่อตนนั้นจะได้ดี

    ถ้าเลือกได้จะขอเลือกคบเพื่อนหมา
    ถึงจะดูด้อยค่าไร้ราศี
    แต่ดีใจที่ได้คบเพื่อนดี
    ถึงไม่มีใครเห็นค่าหมาเห็นเอยฯ

    February 14

    ลูกหมาอายุ 57 วัน หูตั้งข้างนึงแล้วน้า

    พุธที่ 13 กุมภา 2551
    วันนี้ตื่นเช้ามา พอลงไปแอบดูลูกหมาที่มันอยู่ในกรงกับแม่ เอ๊ะ หูตั้งข้างนึงแล้วนี่ ตั้งแบบตั้งเลย ไม่ใช่ตั้งๆตกๆแบบเมื่อวานแล้ว น่ารักสุดๆเลย แล้วเราก็ต้องออกจากบ้านไปเรียนแต่เช้า ตอนอยู่ในรถพ่อเล่าให้ฟังว่า ลูกหมากินแต่นม ไม่ค่อยยอมกินอาหารเม็ด ก็เลยให้แม่มันกินไป โดนตอนเช้าพ่อเราจะล่ามตัวอื่นให้หมด แล้วให้แม่กับลูกหมาอยู่ในคอก แล้วก็ไม่ได้เฝ้า!!! เราก็เลยเคืองพ่อนิดๆว่าไม่เข็ดอีกหรือไง เพราะตอนเกิดเรื่องมันก็คล้ายๆแบบนี้ หมาโตตัวอื่นไม่ได้ล่ามในวันนั้นก็จริง แต่ถึงล่ามไว้ ลูกหมามันก็เข้าไปหาได้อยู่ดีนั่นแหละ ถ้าจะเอาให้ดี ต้องขังแม่มันหรือล่ามแม่มันด้วย แล้วปล่อยให้ลูกหมาอยู่ในคอกตัวเดียวพอ ปิดไม้ เหล็กกั้นอย่างมิดชิดที่สุด ไม่ให้ลูกหมาเล็ดลอดออกไปได้
    เรียนทั้งวันเสร็จ กลับมาถึงบ้านวันนี้ 6 โมงกว่าๆ ใกล้จะมืดเต็มที (เลยไม่ได้ถ่ายรูป แสงไม่พอ) ก็เลยรีบปล่อยทั้งแม่และลูกหมาออกมา โดยให้แม่มันออกไปอยู่ข้างนอกคอก ลูกหมาอยู่ข้างใน แม่เราก็ไม่ค่อยจะลำเอียงเลย แค่เลือกกระดูกชิ้นที่มีเนื้อติดเยอะมาให้แต่ลูกหมาตั้งหลายชิ้น ชิ้นใหญ่หน่อย (ชิ้นเล็กเดี๋ยวติดคอ) มันก็แทะอย่างมีความสุข อร่อยมากๆ หมดไปแต่ส่วนเนื้อ ส่วนกระดูกก็ไม่พร่องเลยเหมือนเดิม แต่มันก็แทะเปลี่ยนชิ้นวนกันไปเรื่อยๆ อยู่พักใหญ่ๆเลย แล้วเราก็ให้มันออกมาเดินข้างนอกแปบนึง มันก็พยายามจะไปกินเศษกระดูกที่หมาโตตัวอื่นกินเหลือไว้ เราต้องรีบไปแย่งมัน แต่มันไวมาก วิ่งหนีเราตลอด ไปแอบหลังเสาบ้านบ้าง แต่ก็หนีเราไม่พ้น สุดท้ายอุ้มกลับเข้าไปในคอกเหมือนเดิม แล้วให้นมมันกิน โดยสั่งให้นั่ง มันก็นั่งเรียบร้อย โห เก่งแฮะ เพิ่งสอนเมื่อวานเอง แล้วก็กินๆต่อเนื่องไปประมาณครึ่งกล่อง แล้วก็อู้เหมือนเดิม เฮ้อ วันนี้ตัดสินใจแล้ว ถ้าอู้มากๆจะเก็บขึ้น สุดท้ายก็เล่นวิ่งไปมานิดหน่อย ก็กลับมากินต่อเองบ้าง โดนเราบังคับบ้าง นานเหมือนกันกว่าจะหมด 1 กล่อง แต่ไม่เกินเวลาที่เรากะไว้ เลยไม่ได้เก็บขึ้น โดยตอนท้ายๆที่เกือบหมดก็ใส่อาหารเม็ดลงไปนิดหน่อย 1 กำเล็ก จนมันกินหมด แม่เราก็เอาไข่ต้มมาให้มันกินอีก เห็นแม่เรามา ดีใจใหญ่ เพราะรู้ว่าจะได้กินไข่ต้ม (ไอ้หมาน้อยจอมตะกระแถมเลือกกินอีกต่างหาก) ก็ได้กินไป 1 ฟอง เราบี้เป็นชิ้นเล็กๆ แต่ไม่ทันใจมัน บางทีมันก็มางับนิ้วเราไปด้วย เจ็บเป็นบ้า ฟันแหลมเปี๊ยวเลย ที่อย่างนี้เลียจนสะอาดเชียว และแม่มันก็แอบมุดพังไม้กั้นมาอีกทางลอดผ่านที่เก็บของใช้ในสวนเข้ามาในคอกจนได้ (ฉลาดเหลือหลายเลย เจ้านี่) แถมมาแย่งกระดูกเด็กน้อยกินอีก ช่วงที่เรากำลังเล่นลูกบอลกับ Melody สุดท้ายแล้วก็เลยส่งแม่และลูกหมาเข้าไปในกรง ประมาณ 1-2 ทุ่มได้ โดนยุงห้ามแทบแย่ กัดซะเป็นตุ่มเต็มไปหมดทั้งขาและแขน เปิดโคมไฟ ช่วงให้แค่สว่าง แต่ไม่ช่วยเรื่องยุงเลย
    เกือบตี 1 ลงไปให้ข้าวหมา แม่เราให้ข้าวหมาโตหลังบ้านเสร็จแล้วเหมือนเดิม เราก็มาปล่อยทั้งคู่ออกมา แ่ม่มันรีบเดินออกไปนอกคอก ลูกหมาก็วิ่งตามไป เราเลยต้องไปคว้าตัวอุ้มกลับมา เสร็จแล้วแม่เราเอาข้าวหมามาให้แม่หมา มันก็กินข้าวไป ส่วนลูกหมาจะไปแย่งแม่มันกินอีกแล้ว ต้องคว้าตัวไว้แน่นๆเลย แรงเยอะมากเดี๋ยวนี้ ดื้อด้วย แล้วก็รีบเทนมให้มันกินเลย (ลืมให้มันนั่งก่อน) มันรีบๆกินได้สักพัก ยังไม่หมดก็ซนอีกตามสูตร พอดีแม่มันกินเสร็จ ก็ให้แม่หมาออกไปก่อน แล้วเก็บชามแม่มันขึ้น ลูกหมาก็ไปกินนมต่อ โดยเราใส่อาหารเม็ดเข้าไปด้วย 1 กำเล็ก แต่เยอะกว่าเดิมนิดหน่อย มันก็กลับมากินต่อจนหมดเลยแฮะ รีบชมมันว่าเก่งมากๆ เด็กน้อย รีบๆกินจะได้รีบๆเล่น พอมันกินเสร็จ เราก็ให้มันเล่นลูกบอล งับได้ดีมากแฮะ แต่ก็สมาธิสั้นไปหน่อย (แต่รอบนี้ถือว่าเล่นนานกว่าเดิมแล้ว) บางทีเรานั่งเฉยๆเฝ้ามัน มันก็วิ่งพุ่งเข้ามางับรองเท้าเราเฉยเลย แถมโดนนิ้วเท้าเราอีก ต้องรีบดันมันออกแล้วสั่ง"ไม่"ชัดๆ มันก็หยุด แววมันออกนะ น่าจะจับฝึกอารักขาตอนมันโตขึ้น เพราะท่าทางมันเหมือนหมาที่ฝึกในคลิปที่เราเคยเห็นมากๆเลย (จากเว็บบอร์ดหมาอ่ะ) และหลังจากเล่นซนอยู่พักนึง ก็ถึงเวลาเข้านอนของลูกหมาแล้ว แม่มันพยายามจะเข้ามาทางเดียวกันเมื่อตอนเย็น แต่เราก็เรียกให้มันมาเข้าทางปกติเหมือนเดิม (และแล้ววันนี้แม่เราก็ลืมสั่งประตูยืดหดได้อีกแล้ว) แล้วส่งเข้ากรงนอนทั้งแม่และลูกหมา แต่เอ๊ะ ทำไมมันร้องๆๆจังหว่า ลูกหมานี่ ก็เลยนึกได้ว่า ยังไม่ได้ให้มันขี้หรือฉี่เลยนี่นา เลยปล่อยเฉพาะลูกหมาออกมาไปขี่ไปฉี่สักพัก แต่มันก็แค่ฉี่เฉยๆ ไม่ถูกที่ซะด้วย ส่วนขี้มันก็เดินเล่นสำรวจไป เดินไปทางที่ฝัง Dumbo อีก เราเห็นว่าชักจะเดินไกลเราไปหน่อย ก็เรียกมันให้เดินกลับมาหาเรา มันก็มา ดีจังหมาน้อย ส่วนแม่เราก็ให้ อั่งเปากินยา เพราะท่าทางมันเดินกระเผลกอีกแล้ว ไปโดนอะไรมาอีกไม่รู้ ให้ขนมก็ไม่ยอมกิน เลยต้องจับยัดยาเม็ดเข้าปากตามวิธีแม่เรา โดยไม่ต้องใช้น้ำ (เทคนิคส่วนตัวของแม่เรา ห้ามลอกเลียนแบบ) เป็นแบบนี้ตั้งแต่เช้าแล้ว เลยดูซึมๆไปเหมือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเลย กลับมาที่ลูกหมา เจ้า Melody มันก็เดินวนไปเรื่อย จนสุดท้ายเราอุ้มไปที่มันขี้ประจำ มันก็ไปคุ้ยอะไรเล่นมากกว่า เรานับให้มันได้ยิน 1 - 20 ช้าๆ มันก็ไม่ยอมขี้สักที เลยจับเข้ากรงไปเลย
    February 13

    ลูกหมาอายุ 56 วัน ครบ 8 สัปดาห์แล้วหรอเนี่ย

    อังคารที่ 12 กุมภา 2551
    วันนี้ตื่นบ่าย 2 ครึ่ง เพราะว่าเมื่อเช้านอน 6 โมงนั่งปั่น poster senior project เกือบไม่รอด ตื่นแล้วก็ประมาณบ่าย 3 นิดๆ ลงไปปล่อยแม่หมาลูกหมาออกมา ให้ลูกหมากินนม เห็นวันนี้ หูมันตั้งๆตกๆนิดๆข้างนึงแล้วแฮะ น่ารักจังเลย ก่อนกินก็กดให้มันนั่งนิ่งๆก่อน ถึงให้กิน กินไป 1 กล่องเล็ก (มันก็กล่องเล็กตลอดแหละตอนนี้) อาหารเม็ด 1 กำเล็ก แต่อู้เหลือเกิน (อีกแล้ว) เข้าใจว่าไม่ค่อยได้เล่นเท่าเดิม เลยไม่หิว แต่มันก็ต้องกินล่ะนะ ปล่อยจน 4 โมงเอาเข้ากรง เราถึงได้กินข้าวมื้อแรกของวันนี้
    5 โมงกว่าๆ ก็ออกไปปล่อยอีก มันก็ดีใจใหญ่ วิ่งหูตั้งๆตกๆ และเรา็พยายามถ่ายรูปมันตั้งหลายรูป อิอิ แล้ววันนี้พาเดินรอบบ้าน 1 รอบ โดยข้างทางซอกข้างๆบ้านปกติ ไปหลังบ้านแล้วทะลุออกอีกด้าน วันนี้พยายามปีนบันไดขั้นแรกหน้ามุก ก็ยังไม่สำเร็จ พาเดินไปถึงประตูบ้าน มันมองออกไปนอกบ้านเป็นครั้งแรก มองไปรอบๆ อย่างสนใจ แต่สักพักก็เบื่อ ไปวิ่งตามแม่มันต่อ Buddy เกือบกัด Melody เอาอีก นี่แค่เข้าใกล้ ทำไมกลายเป็นว่า หมาตัวผู้ที่เราไว้ใจสุดกลับเป็นแบบนี้ล่ะ แล้วก็เล่นๆวิ่งไปมาอยู่แถวนั้น ต่อมาก็เดินเข้าไปหา Buddy อีก แต่ครั้งนี้ Buddy ไม่ได้ทำท่าข่มขู่จะกัด มันแค่มองๆ เราก็รีบไปชม Buddy ว่า "ดีมากๆๆ" แล้ว Melody มันก็เอาเมล็ดของมะม่วงที่อั่งเปามันกินเหลือมาแทะเล่น แถมคาบหนีเรา กลัวเราแย่งอีก (เราแค่จะไปดูว่ามันกินไร) บางทีมันก็วิ่งอย่างเร็วมาก ทำตัวเหมือนคล่องแคล่วว่องไว แล้วจะวิ่งมุดลอดใต้ท้องรถที่มันชอบไปแอบหลังโดนตัวอื่นขู่ใส่ แต่รอบนี้วิ่งแล้วกะพลาด วิ่งชนบังโคลนล้อหลังเต็มเปา นั่งมึนแปบนึงแล้วก็วิ่งมุดต่อไป (เอ้อ ดีเว้ย ทนจริง และก็ฮาจริง ลูกหมาเอ้ย) พอดีพ่อแม่เรากลับมาเร็ววันนี้ เราเลยเอากระดูกชิ้นที่มีเนื้อติดหน่อยแบ่งให้ Melody กิน เอาชิ้นที่ไม่ใหญ่มาก (แต่ใหญ่เมื่อเทียบกับตัวมัน) ให้มันลองแทะดู ขำดี แทะยังไงก็แทบจะไม่พร่องเลย (เหมือนเมื่อวาน ยังไม่ก้าวหน้า 55) แล้วก็ให้กินนม 1 กล่อง ก่อนให้กินก็สอนให้มันนั่งนิ่งๆรอเหมือนเมื่อกี้ ระหว่างที่เฝ้า Melody แทะกระดูก แม่เราปรึกษาเรื่องหาลูกหมามาเป็นเพื่อน Melody โดยขอจากยายเราตอนนี้มีลูกหมาอายุประมาณ 1 เดือน พันธุ์ผสมบางแก้ว-อัลเซเชี่ยน แต่เราไม่ค่อยอยากจะรับเพิ่มแล้ว เพราะกลัวหลายๆอย่าง ทั้งเดี๋ยวเข้ากันไม่ได้ ทั้งกลัว Melody นี่แหละ จะไปรังแกตัวใหม่อีก สงสารลูกหมาตัวที่เล็กกว่า ไม่ได้เพราะรังเกียจว่ามันเป็นพันธุ์ผสมนะ เพราะเราเองเคยเลี้ยงหมาผสมไทย-อัลเซเชี่ยนมาก่อน ซึ่งก็ชื่อ Dumbo นี่แหละ พี่ชายแม่เดียวกันกับ Pongo แต่คนละพ่อ มันทั้งนิสัยดีและฉลาด เฝ้าบ้านก็เก่ง แสนดี ซื่อสัตย์ แต่ตอนนี้เราคิดว่ามีตั้ง 6 ตัวในบ้านถือว่าเยอะมากพอแล้ว เรากลัวจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง และอยากทุ่มเทให้กับ Melody มากกว่า และอีกเรื่องที่แม่เราปรึกษาคือ จะสั่งซื้อประตูเปิดปิดแบบยืดหดได้ไว้กั่นคอกหมา น่าจะเป็นประตูกั้นได้แข็งแรงกว่าใช้ไม้กั้นแบบนี้ ที่ทำให้ Marble มันดันเข้าออกเองได้ ตอนแรกแม่เราชวนซื้ออะไรพวกนี้มาตั้งหลายครั้งหลายสัปดาห์แล้ว แต่เราคิดว่าไม่จำเป็นเพราะเท่าที่ทำไว้ก็โอเคอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เราเห็นด้วยให้แม่ซื้อเลย ทำไมเราไม่เห็นด้วยแต่แรกนะ จะได้ไม่มีเหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นกับ Dumbo แบบนี้ ฮือๆๆๆ กลับมาที่เรื่องของหมาน้อย Melody หลังจากลูกหมากินเสร็จก็เล่นลูกบอลต่ออีกหน่อย (เพราะมันเล่นได้แค่แปบเดียวก็เลิก ทำให้คิดถึง Dumbo จังเลย) ระหว่างนั้นแม่เราเดินลงมา แล้ว Melody ก็วิ่งเข้าไปหาและคิดไงไม่รู้ งับขาแม่เรา แม่เราก็ตกใจร้องลั่นเลย ลูกหมาก็ตกใจวิ่งหาไปหลบเช่นกัน ฮาดี ใครตกใจกันแน่ล่ะเนี่ย 555 แล้วก็เอาเข้ากรงไปทั้งแม่และลูกหมาตอนเกือบ 1 ทุ่ม
    ลงไปอีกทีเกือบตี 1 ตอนลงไป แม่กำลังให้ลูกหมากินนมพร้อมบ่นเรื่องมันชอบอู้มากๆเนี่ย เลยปรึกษากันว่าต้องดัดนิสัย โดยเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ ถ้ามันหยุดกินเมื่อไหร่ ยกให้แม่มันกินทันที ให้มันอดไป รอมื้อต่อไปเลย จะได้รู้สึกหิว (แต่เราก็ต้องให้มันออกกำลังกายมากกว่าเดิมหน่อยด้วย ทำไงดีล่ะ) มันกินนมไป 1 กล่อง อาหารเม็ด 1 กำเล็ก ตั้งนานไม่ยอมกิน สุดท้ายแม่เราแกะไข่ต้ม 1 ฟอง ค่อยๆใส่ลงให้มันกิน ปรากฎว่ารอบนี้กินทั้งไข่ทั้งอาหารทั้งหมด หมดเลย (ไอ้ลูกหมาเลือกกิน -_-!) เลยแถมไข่แดงให้อีกเกือบ 1 ฟอง ส่วนไข่ขาวให้แม่มันกินบ้าง ไข่แดงนิดหน่อย ฐานะช่วยเลี้ยงลูก แล้วส่งทั้งคู่เข้ากรงไปนอน
    February 12

    ลูกหมาอายุ 55 วัน ลูกหมากลัวเงา

    จันทร์ที่ 11 กุมภา 2551
    ตื่น 7 โมงครึ่ง เพราะเมื่อคืนนอนตี 3 กว่า แล้ว ออกไปคณะเพื่อ present senior project ครั้งสุดท้าย ไปถึงก็ยังง่วงๆมึนๆ ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ขนาดทำ slide ยังรู้สึกไม่ค่อยสมบูรณ์เลย ก็มานั่งแก้ต่อตรงหน้า lift ที่มีปลั๊กเสียบต่อ notebook แก้สดตรงนั้นเลย โชคดีที่เราเป็นกลุ่มสุดท้ายใน 4 กลุ่ม (แต่ทำเดี่ยวนะ) เลยยังพอมีเวลาเหลือ รออยู่นานก็ถึงคิว เข้าไป present ทั้งๆที่มึนๆนั่นแหละ รู้ตัวว่าพูดไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่ก็รวบรวมสติทำ ณ เวลานั้นให้ดีที่สุด (ไม่มีใครช่วยแล้วหนิ ลุยเดี่ยว) และก็ถูกซักถามจากอาจารย์ที่ฟัง present ทั้ง 4 ท่านเลย แต่ก็ตอบได้หมด คิดคำตอบสดๆ ไม่รู้อาจารย์เขาพอใจในคำตอบเรามั้ย แต่ก็ไม่ได้ comment ว่าต้องแก้ไขอะไรเพิ่ม ก็รอดตัวไป  ตอนบ่ายก็ปัจฉินนิเทศ ได้ข้อคิดดีๆมาเยอะ ถ่ายรูปหมู่รวมรุ่นภาคคอม แล้วก็เดินไปธุระกับปลาที่สีลม กลับมาคณะอีกทีล่อไป 4 โมงเย็น เริ่มทำโปสเตอร์ส่งพรุ่งนี้ ตอนแรกจะทำด้วย photoshop พอเปิดมา งงอ่ะ ทำไม่เป็น ลืมหมดแล้ว พอดีอรและเพื่อนๆนั่งทำอยู่เหมือนกัน ก็แนะนำให้ใช้ powerpoint นี่แหละทำ ก็เลยลองดู เอ้อ ดีกว่าเยอะเลยสำหรับคนโง่ photoshop อย่างเรา นั่งทำจน 6 โมงเย็นกว่าๆ พ่อมารับกลับบ้าน เราทำได้ไม่ถึง 20 % เองมั้ง
    กลับมา 2 ทุ่ม ปล่อย Melody กับ Marble ออกมา แต่มันมืดแล้ว ยุงเยอะมาก เรากับแม่เฝ้าลูกหมา นั่งตากยุงกัน เราใช้ไฟฉายสวมหัวส่องไปมา ดูลูกหมาจอมซนเล่นภายในคอกที่กั้นไว้ในโรงรถ แต่แม่เราทนไม่ไหว ก็หาโคมไฟเก่าๆมาก (หลอดไส้อ่ะ คิดดู) มาตั้งในโรงรถ ใช้ได้แฮะ สว่างดีมาก (แต่ยุงไม่ได้น้อยลงนะ แค่ช่วยให้มองเห็นได้ดีขึ้น) แล้วแม่ก็ขึ้นบ้านไป เราก็ให้ Melody มันกินนม 1 กล่องเล็ก อาหารเม็ด 1 กำ ไข่ต้ม 1 ฟอง อู้มากๆ กินไปเล่นไป เข้าใจแหละ อยู่แต่ในกรงมันเบื่อ แต่ช่วยกินให้เสร็จๆแล้วค่อยเล่นได้มั้ยเนี่ย บางทีก็เหมือนพยายามหาทางออก วิ่งไปมา กัดแทะโน่นนี่ เราเล่นกับมันด้วยลูกบอล มันก็เล่นด้วยบ้างนะ แต่แปบเดียวก็หันไปเล่นอย่างอื่น เฮ้อ คิดถึง Dumbo จริงๆเลย มันชอบเล่นบอลแบบถ้ากัดได้จะไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด ยกเว้นยกบอลสูงขึ้นจนขามันแทบลอยจากพื้นถึงปล่อย Melody วิ่งเล่นไปมา บางทีก็ชะงักไป เพราะมันมองเห็นเงาเรานั่นเอง พอดีไฟมันตั้งพื้นแล้วฉายขึ้นอ่ะ เงาเลยดูใหญ่น่ากลัวมาก แล้วเราก็แกล้งเห่าใส่มัน ก็ตกใจสะดุ้ง เห็นขำอ่ะ แกล้งเด็กสนุกจัง จนสุดท้ายมันกินหมด(จนได้) เฝ้าอยู่นานมาก ยุงจะหามเราเอาแล้วเนี่ย ก็ส่งเข้ากรงไปทั้งแม่และลูกหมา
    ประมาณ 4 ทุ่มมั้ง (จำไม่ได้แล้ว) เจ้า Bulto พยายามเข้ามาในบริเวณคอกที่กั้นไว้ ดันแผ่นไม้กั้นล้มไปชนโคมไฟ หลอดแตก พ่อแม่ลูกเลยต้องช่วยกันกวาดเศษแล้ว เอาฐานหลอดเก่าออก และหาหลอดใหม่มาใส่ เป็นหลอดตะเกียบ (ประหยัดไฟ 55) แสงสีขาวด้วย ดีกว่าเดิมเยอะเลย
    ตี 2 กว่า ลงไปให้ข้าวหมา และก็ให้ Melody กินนมแค่ 1 กล่อง มันยังอุตส่าห์อู้ได้อีก ซนไปเรื่อย เล่นชามแม่มัน เลยต้องเก็บชามแม่มันขึ้นไป เล่นลูกบอลกับเราบ้าง บางทีก็งับมืองับขาเราบ้าง เจ็บไม่ใช่เล่นเลย ฟันแหลมมาก วิธีสะลัดออกมา ไม่ใช่การดึงออกจากปากหมา แต่ให้ยัดเข้าไปลึกกว่าเดิม มันจะได้คายออกมาเพราะหายใจไม่ออก แล้วเราก็จะหลุดออกจากมันได้ หลังจากเฝ้าอยู่นานมากกว่าจะกินหมด -_-! ก็ส่งแม่หมาและลูกหมาเข้านอนในกรง
    February 11

    ลูกหมาอายุ 54 วัน เหลือ Melody ตัวเดียว

    อาทิตย์ที่ 10 กุมภา 2551
    ตื่นตั้งแต่ประมาณ 11 โมง ก็งัวเงี้ยๆ พยายามหลอกตัวเองว่า วันนี้เป็นวันเสาร์ เรื่องเหตุการณ์ต่างๆเมื่อวานเป็นเพียงความฝันเท่านั้น แต่เราก็หลอกไม่สำเร็จ ถามแม่ว่าวันนี้ วันอาทิตย์ใช่มั้ย แม่บอกว่าใช่ เราก็หมดหนทางที่จะหลอกตัวเองต่อไป แม่บอกว่าเมื่อเช้าพ่อบอกว่า Melody ไม่ค่อยจะกินอาหารเม็ดเลย ไม่รู้เพราะอะไร เราเดาว่ามันกำลังเหงาหรือเปล่านะ ไม่มีเพื่อนเล่นด้วยอีกต่อไปแล้ว เหลือเพียงตัวเดียว....
    หลังจากนั่งเริ่มทำงานต่อได้นิดหน่อย ตอนเที่ยงกว่าๆ ลงไปให้อาหารลูกหมา เป็นนม 1 กล่อง อาหารเม็ด 1 กำเล็ก เจ้า Melody มันก็กินไปเล่นไป สงสัยไม่มีใครแย่งเลยเป็นซะแบบนี้ หรือไม่ก็เพราะเล่นน้อยไป เลยไม่หิวเหมือนทุกที ระหว่างที่ให้มันกินก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนอะไรบางอย่างขาดหายไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำให้สำหรับ 2 ตัว เช่น นมต้องหยิบอย่างน้อย 2 กล่อง ชามลูกหมาก็ถือมา 2 ชาม เป็นต้น ตอนนี้หยิบเพียงอันเดียวก็พอ ในบางทีก็เผลอเกือบจะหยิบ 2 อันเหมือนทุกครั้งที่ทำมา แม้แต่ตอนเฝ้าดูมันเล่น เราต้องคอยขานชื่อมันตลอด บางครั้งก็ยังเผลอเรียก Dumbo หรือ โบ้คุง อย่างเคยชิน จนน้ำตาซึมอีก แล้วก็มองไปที่ฝังศพมัน หวังว่ามันคงได้วิ่งเล่นพักผ่อนอย่างสบายใจแล้วแหละ ไม่มีใครมารังแกมันได้อีกต่อไปแล้ว Melody มันก็วิ่งไปตามที่ต่างๆ ซึ่งล้วนแต่มีความทรงจำเก่าๆที่เล่นด้วยกัน นั่งจับเห็บหมัดให้มัน ตอนมันหัดปีนลงบันได เล่นแย่งลูกบอลกัน คลุกขี้โคลนตรงมุมโปรดของมัน ภาพมันยังคงวนเวียนไปมา เหมือนมันยังมีชีวิตอยู่เลย ฮือๆๆๆๆๆ แม้แต่ Melody มันก็ยังเล่นไล่งับลูกบอลไม่ได้นานเท่า Dumbo มันงับก็จริง แต่หลุดง่ายกว่ามาก มันไม่มีวันแทนกันได้เลย (ไม่ว่าหมาตัวไหน ตั้งแต่เราเลี้ยงมา มันมีลักษณะพิเศษเป็นของตัวเอง ทั้งหน้าตาและนิสัย แทนกันไม่ได้เลยจริงๆ) ยอมรับความจริงซะเถอะ เขาจากเราไปแล้ว
    ประมาณ 4 โมงครึ่งกว่าๆ ก็ออกไปทำบุญวันตรุษจีนและทำบุญให้ Dumbo ที่วัดจีนหน้าปากซอย นอกจากภาวนาเรื่องต่างๆตามปกติแล้ว เราก็ภาวนาให้มันมีความสุข ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้มาพบกันอีก ในฐานะยังไงก็ได้เราก็ยอม ขอเพียงได้เจอเจ้าอีก
    กลับมาถึงบ้าน 5 โมงกว่า ปล่อย Melody และแม่หมาออกมาเล่นข้างนอก มีไปเล่นที่หลังบ้านด้วยรอบนี้ ซึ่ง Dumbo ยังไม่เคยลงไปถึงพื้นที่ตรงนั้นเลย (คิดถึงอีกแล้ว) มันวิ่งวนไปวนมาสำรวจไปทั่ว บางทีก็เล่นกับ Bulto ที่เดินตามมาด้วย แต่มันไม่เล่นด้วย แถมขู่ใส่อีก น่าสงสารจริงๆ ไม่มีใครยอมเล่นด้วย เล่นอยู่สักพักก็เดินกลับมาหน้าบ้าน ปล่อยให้มันวิ่งไปวิ่งมาแถวนั้น เราก็เฝ้าดูอยู่ตลอด ใจเราบางทีก็คิดถึง Dumbo ก็มองไปทางที่ฝังศพ แทบจะตลอดเวลา พอดีหันกลับมา ก็เห็นมันคุ้ยอะไรมาเคี้ยวเล่นก็ไม่รู้ เราเดินเข้าไปดู ปรากฎว่าเป็น ซากหนูตาย เราและแม่หมาช่วยกันกว่าจะแย่งออกจากปาก Melody มาได้ (เราง้าปาก Melody ส่วน Marble คาบซากหนูออกไปทิ้งไกลๆ) ซนจริง มันก็ชอบคุ้ยอะไรมาเล่นมาเคี้ยว บางทีก็วิ่งไปชวน Lassie หรือ Marble หรือแม้แต่ตัวอื่นๆ พอ 6 โมงกว่าๆ เริ่มจะมืดเลยให้ Melody กินนม 1 กล่อง อาหารเม็ด 1 กำเล็ก และไข่ต้ม 1 ฟอง ลูกหมามันชอบกินไข่ต้มที่สุดจริงๆแหละ เพราะทีอย่างอื่นกินไปอู้ไป แต่พอเป็นไข่ กินแปบเดียวหมด และก็ส่งเข้ากรงไปนอนกับแม่หมา ส่วนเราต้องรีบปั่นงานต่อ
    ตอนเที่ยงคืนกว่าๆ หลังรายการแบไต๋จบ ให้อาหารเหมือนมื้อเย็น ทำแบบเดียวกับเมื่อวาน มีเล่นลูกบอลบ้างนิดหน่อย มันก็วิ่งไปวิ่งมา แต่วันนี้ Melody ดูเหมือนขี้เหลวเล็กน้อย สงสัยเพราะไปกินซากหนูตายเข้าไปหน่อยนั่นแหละ แล้วก็เอาใส่กรงไปนอน ทั้งแม่และลูกหมา
    ก่อนเรานอนคืนนี้ ในใจคิดถึงอยากให้มันกลับมาเยี่ยมในฝันบ้าง ขอกอดหรือบอกลาอีกสักครั้งก็ได้ ก่อนจากกันไป

    ต่อไป เราไม่อธิบายรูปภาพแล้วนะ เพราะเหลือตัวเดียวเอง...
    February 09

    ลูกหมาอายุ 53 วัน Dumbo ตายแล้ว

    เสาร์ที่ 9 กุมภา 2551
    เราถูกปลุกด้วยเสียงตะโกนจากแม่ว่า "จิง!!! ลงมาเร็ว Dumbo ถูกกัด ลงมาเดี๋ยวนี้" เราสะดุ้งตื่นรีบวิ่งลงมาสุดชีวิต พบ Dumbo สภาพถูกขยำมาแน่นอน ไม่ได้เห็นเลือดไหลออกมามาก เราก็ยังไม่ได้คิดว่ามันตาย คิดว่าแค่สลบ รีบบอกให้แม่พาไปโรงพยาบาลด่วน แต่แม่บอกว่า สายไปเสียแล้ว ตามันขยายแล้ว (นั่นคือแปลว่าตายแล้ว) เรานี่ช็อค แต่ยังไม่ยอมรับความจริง ยังยืนยันให้แม่พามันไปหาหมอ เผื่อทำให้มันฟื้นได้ แม่บอกไม่ทันแล้ว แม่พบมันตายคาที่เลย อยู่ตรงซอกข้างบ้าน ไม่ไกลจากบริเวณที่มันชอบไปนอนเล่นที่แฉะเพียง 2-3 เมตร เราถามแม่ว่าเหตุการณ์เป็นยังไง แม่บอกว่าได้ปล่อยอยู่หมาอยู่ในคอกที่กั้นด้วยแผงกั้นตามปกติ ในโรงรถ และลงมาดูเป็นระยะๆ มันก็ยังเล่นกันอยู่ ตรงบันไดหน้าประตูบ้านที่เชื่อมกับเข้าโรงรถอยู่เลย ครั้งสุดท้ายตอน 10 โมง แม่หมา Marble ก็นอนอยู่ตรงริมแผงกั้น มองดูลูกๆมันเล่นกันอยู่ และหลังจากนั้นก็เข้าบ้านไปทำงานบ้านต่อ แต่สัก 15 นาทีต่อมา ได้ยินเสียงลูกหมาร้องเอ๋ง แม่เรารีบวิ่งลงไปดู เห็น Marble วิ่งลุกลี้ลุกลน แม่เราก็มองหาลูกหมา Melody ยังคงอยู่ในคอก แต่ Dumbo หายไปไหน มองหาที่มันชอบไปเล่นประจำก็ไม่อยู่ หันไปทางซอกข้างบ้าน เห็นก้อนดำๆกองอยู่ตรงนั้น แม่เราแทบเข่าอ่อน เข้าไปดู สภาพที่เห็นคือ โดนกัดมา ขยำเป็นรอยฟันหลายสิบรอยเลย อุ้มขึ้นมา มันก็ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ตายคาที่เลย และแม่เราก็ตะโกนเรียกเรานี่แหละ เราถามแม่ต่อว่า มีตัวไหนอยู่ใกล้กับที่เจอ Dumbo บ้าง เพราะจะได้รู้ว่าฝีมือตัวไหน แม่บอกว่าไม่รู้ มี Lassie กับ Marble มาดูลูกหมา พยายามจะทำให้มันฟื้น เจ้าตัวก่อเรื่องหายไปแล้ว พอเราได้ยินแล้วรู้สึกโกรธมาก อยากจะไล่ฆ่าหมาโตในบ้านทุกตัวเลย เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ  ตัวไหนกันที่ทำกับลูกหมาตัวเล็กๆลงคอ และโดยนิสัยส่วนตัวของ Dumbo ก็ไม่ได้ชอบไปเล่นหรือแกล้งใครก่อนเหมือน Melody ด้วย ถ้ามันจะเข้าหาตัวโต เป็นไปได้ว่า เห็นหมาโตกำลังกินอะไรอยู่ เลยขอมั่ง แต่ก็ไม่น่าจะถึงกับต้องฆ่ากันตายแบบนี้ แค่ขู่ใส่ ลูกหมาก็แถวแทบไม่ทันแล้ว ทำไมๆๆๆๆๆๆๆๆ เราไล่หมาโตทุกตัวเราที่เห็นไปให้ไกลจากสายตาเรา พวกมันก็วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน จะไม่หนีได้ไง เราไม่เคยสวมบทโหดใส่พวกมันมากขนาดนี้ แม้แต่แม่หมาก็ไม่เว้น ถ้ามันไม่กระโดดข้ามไม้กั้นคอกออกไป ลูกหมาก็ไม่หลุดออกไป จนโดนกัดแบบนี้ ไม่น่าเลย และเราก็เดินกลับมาที่ศพของ Dumbo อุ้มมันขึ้นมากอดมันไว้เหมือนตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่ เมื่อวานยังเพิ่งอุ้มมันเข้ากรงกับมือแท้ๆหลังจากมันกินนมเสร็จ เราน่าจะอยู่เล่นกับมันอีกสักพัก ทำไมกัน ทุกอย่างกำลังไปได้สวย เราเริ่มวางแผนต่อไปในอนาคตว่าจะเริ่มฝึกลูกหมาอย่างไร หลังจากส่งงานและสอบเสร็จแล้ว จะเลี้ยงมันยังไงให้ดีกว่านี้ และจากนิสัยของมัน เราหวังอยากให้มันรับช่วงต่อจาก Buddy ได้ เพราะ Bulto กับอั่งเปามันพึ่งพาไม่ได้เลยในสายตาของเรา แต่ตอนนี้ความฝันทุกอย่างมันพังทลาย หายไปหมดในพริบตา หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มันจะเป็นเพียงแค่ความฝัน ทำไมเราไม่รีบๆตื่นจากฝันร้ายนี้เสียที ทำไม ฮือๆๆๆๆ และแม่เราก็เอาศพมันไปล้างตัว เอาเลือดออก เพราะตอนเราอุ้มเลือดมันเพิ่งจะเริ่มไหลออกมาตามรอยกัด ตอนแรกเลือดมันยังไม่ออกเลยด้วยซ้ำ คลาดไปแค่นิดเดียว เราช่วยชีวิตมันไม่ทัน มันเพิ่งไปทำวัคซีนมาเอง เิริ่มกำลังเติบโตอย่างงดงาม ทั้งนิสัยดี ทั้งหน้าตาก็น่ารัก พอล้างเลือดเสร็จ ก็เช็ดตัวให้มัน เหมือนตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่ ภาพทุกอย่างที่เคยทำให้มัน เล่นกับมัน ให้มันกินนม มันชอบเล่นลูกบอลกับเรา ชักเย่อกับ Melody บางทีปีนบันไดขึ้นไป แล้วลงไม่ได้ ตอนนี้เพิ่งจะกล้าลงบันไดโดยไม่ได้เห่าทะเลาะบันไดก่อนแล้ว ภาพที่มันไปกัดแทะเก้าอี้ แทะกล่องใส่กระเบื้อง มันไปคลุก มุดลงรูคลุกโคลน ขี้ดินน้ำแฉะอย่างที่มันชอบ หรือแม้แต่ตอนเรานั่งจับเห็บหมัดให้ แล้วมันก็อ้วกใส่เรา มันเล่นซนจนกัดนิ้วเราจนเป็นแผล แม้แต่ตอนนี้แผลนั้นก็ยังไม่หายสนิทเลย แต่ผู้ที่สร้างแผลทางกายให้เรา ได้สร้างแผลทางใจให้เราด้วยแล้ว เราจะไม่ได้มีโอกาสเห็นภาพเหล่านั้นอีกแล้ว ไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนั้นให้มันอีกแล้ว มันงับลูกบอลได้แน่นมากกว่า Melody ดูมีสมาธิมากกว่า เราก็คาดหวังจะฝึกอะไรตั้งหลายๆอย่างให้มัน นอกจากสอนคำสั่งต่างๆแล้ว ยังจะฝึกทั้ง Agility ทั้ง Protection ให้มัน บัดนี้ ไม่มีอีกแล้ว มันจากไปแล้ว โอยยยยย เราดูแลมันไม่ดีพอหรือไง ตอนนี้เราเห็นหมาโตไม่ว่าตัวไหน ยกเว้นแม่มัน เราจะไล่มันให้ไปพ้นสายตาเรา แถมบรรยากาศก็เป็นใจตอกย้ำความช้ำในใจของเราอีก ฝนมันเริ่มตกปรอยๆ ทั้งที่แดดออก สวรรค์คงรับ Dumbo ไปดูแลต่อแล้ว ฝาก Pongo ที่เรารัก ดูแลเจ้าน้อยอย่างมีความสุข อย่าให้ใครรังแกมันได้อีก และถ้า Dumbo น้อยนี้เป็นตัวเดียวกับ Dumbo ตัวก่อนที่เราฝันถึงตอน Marble ท้อง ก็ต้องขอโทษแกด้วยที่ชาติ พี่ดูแลไม่ดีเพียงพอ ทำให้แกต้องจากพี่ไปอย่างฉัีบพลันเช่นนี้ จะว่าไปแล้ว Dumbo ก็มีนิสัยหลายๆอย่างที่คล้าย Dumbo ตัวก่อนมาก โดยเฉพาะเรื่องชอบลูกบอลนี่แหละ แต่ถ้าหนุ่มน้อยตัวนี้ ไม่ใช่ตัวเดียวกับนายตัวก่อน ก็ขอให้ช่วยดูแลมันต่อจากพี่ด้วย และอย่างน้อย อย่าลืมมาเข้าฝันเยี่ยมพี่บ่อยๆนะ พี่อดคิดถึงเจ้าไม่ได้ ภาพทุกอย่างมันวนเวียนอยู่ในหัวตลอด ไม่ยอมไปไหน ไม่ว่าจะทำอะไร อยู่ที่ไหน ก็มีภาพของเจ้าย้อนมาให้คิดถึงตลอด แม้แต่ตอนนี้ที่กำลังพิมพ์อยู่หน้าคอม พี่ก็เคยเอาเจ้ากับ Melody ใส่กล่อง มาวางไว้ข้างๆโต๊ะคอม แล้วเจ้าก็ปีนมาเกาะขอบกล่อง และหลับคาขอบกล่องอย่างนั้น โอยยย ทำไมมมมม ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอโทษด้วยจริงๆ ถ้าเราไม่ใช่เป็นคนนอนตื่นสาย คงสามารถดูแลเจ้าได้เองตลอด และหลังจากนั้นก็วางมันไว้ในโรงรถ มีกล่องลังปูไว้ และวางบนเก้าอี้ที่มันชอบมุดทุกทีที่ถูก Melody ไล่งับแกล้งมัน ตอนนั้นแม่เรายังแซงอยู่เลย ว่าต่อไปโตขึ้น ต้องหาที่มุดหนีใหม่ เพราะมุดไม่ได้แล้ว โอยๆๆๆ แม้แต่ Marble แม่หมาก็พยายามจะมาเลียๆๆๆเลือดให้ Dumbo พยายามทำให้มันฟื้น เห็นแล้วสงสารมันมาก ร้องงืดๆๆๆ เราได้แต่บอกว่าไม่ทันแล้ว มันจากไปแล้ว Melody ก็เข้ามาดูๆ ว่าทำไม Dumbo ไม่มาเล่นกับมันอีกแล้ว แม่เราเองก็เสียใจไม่ใช่น้อย เพราะตอนเช้ายังเล่นชักเย่อลูกบอลกับ Dumbo อยู่เลย แม่เราชมมันว่า ไม่ว่าจะยังไง Dumbo ไม่ยอมปล่อยลูกบอลเลย เก่งจริงๆ ไม่กลัวฟันจะหักเลย ทำไมลูกหมาตัวที่เรารัก ต้องมาค่อยๆจากเราไปทีละตัวทีละตัว เราทำอะไรผิด เราอยากแก้แค้นให้ Dumbo มากๆ แทบอยากจะเอาหมาไปปล่อยทิ้งให้หมด ส่งเทศบาลก็ได้ ไม่ก็ฆ่าทิ้งกับมือตัวเองนี่แหละ จะได้รู้ว่าลูกหมามันทรมานขนาดไหนก่อนตาย ทั้งคอที่ถูกขยำจนหัก และท้องที่โดนขยำจนเชียวและช้ำใน เลือดตกในเยอะจนท้องป่องแบบนี้ เราอุ้มศพมัน ยังรู้สึกเลยว่ามันตัวหนักขึ้นกว่าเก่ามากเลย เพราะกลายเป็นหนักว่า Melody ทั้งที่เมื่อคืนเพิ่งอุ้มมันแล้วมันตัวเบากว่า Melody มากเลย แปลกดีนะ โอย บัตรทำวัคซีนมันยังอยู่หน้าโต๊ะคอมเราอยู่เลย เห็นแล้ว น้ำตาซึมไม่หยุด หลังจากนั้นก็เอา Melody แยกมากินนมในบ้าน เพราะกะจะงดอาหารหมาโตทุกตัว เรารู้สึกว่า เลี้ยงมันแล้วเสียข้าวสุกจริงๆ โดย Melody ใส่กล่อง (ท่าทางจะเล็กไปหน่อย ยืนลำบากมาก) เอาชามวางไว้ข้างใน กินนมไป 1 กล่องเล็ก อาหารเม็ด 1 กำเล็ก ไข่ต้มไม่ได้กิน หลังจากกินเสร็จ เราก็เอามันมากอด บอกมันว่า "ดูแลตัวเองดีๆ อย่าจากพี่ไปอีกตัวนะ ขอร้องล่ะ พี่เหลือแกเพียงตัวเดียวแล้ว พี่ใจสลายจนแทบจะไม่เหลืออะไรอีกแล้วนะ" มันก็ดูซึมๆไปเหมือนกัน แต่ก็ยังซุกซนตามประสาลูกหมาอยู่ดี และพามันและแม่มันเข้ากรงไป ตอนลงไป แม่มันลากศพ Dumbo ลงมาเลียๆอีก และก็งับทีท้องๆกระตุ้นให้ลูกมันฟื้น เห็นแล้วสลดใจมาก แล้วส่งแม่หมาเข้ากรงตามไป ส่วนตัวอื่นๆที่เราเจอ ก็โดนเราแทบจะไล่ฆ่าจนหนีกระเจิงไปอีก เป็นแบบนี้ไปตลอดบ่าย เหมือนคนบ้า หมาโตตัวที่น่าจะสงสัยที่สุด คือ อั่งเปา (พ่อแท้ๆของมัน) รองลงมาคืือ Bulto เพราะหลังจากเรานั่งวิเคราะห์กับปลา (เราโทรไปร้องไห้ให้ปลาฟัง) แต่ Buddy กับ Lassie ก็หนีไม่พ้นเป็นผู้ต้องสงสัยเหมือนกัน เพราะเราก็เคยเห็นมันขู่ๆใส่ลูกหมาเหมือนกัน เราไม่น่าไว้ใจหมาโตเลย อยู่ด้วยกันตั้งแต่ลูกหมามันเกิดแท้ๆ ยังเป็นแบบนี้ได้
    ต่อมาประมาณ 4 โมงเย็น พ่อเรากลับมา เรากับแม่ถึงได้เล่าให้พ่อฟังเรื่องที่เกิดขึ้น (ก่อนหน้านี้พ่อก็โทรมา แต่ไม่กล้าเล่าให้พ่อฟัง) พ่อเราช็อกเช่นกัน ถามว่าให้อาหารเม็ดหมาโตกินยัง แม่บอกว่ายัง พ่อเราเลยโกรธ โทษแม่่ว่า เพราะหมาโตมันหิวอ่าดิ ถึงกัดลูกหมาเอา เราก็ิบอกว่าไม่ขนาดนั้นหรอก หิวยังไง ไม่เห็นถึงกับต้องกินลูกหมาหนิ แต่ถ้าลูกหมามันมาเข้าหาตอนมันกำลังแทะกระดูกหรือกินอะไรอย่างอื่นเช่นผลไม้ที่มันหามาเอง ก็ไม่แน่ เพราะมันอาจโมโห หงุดหงิดอยู่ พ่อเราบอกเมื่อเช้ารีบออกไป เลยไม่ได้ให้มันกิน และบอกแม่เราให้หมาโตกินด้วย (เราไม่รู้เรื่องนี่หว่า เราหลับอยู่) แม่เราก็กำลังจะลงไปให้อาหารหมาโตนี่แหละ ตอนไปเจอ Dumbo ร้องเอ๋งเนี่ย แถมโทษแม่เราอีกว่า ปล่อยลูกหมาทิ้งไว้ ไม่ยอมเฝ้า เราก็บอกว่า คนที่ปล่อยทิ้งลูกหมาไว้ คือพ่อนะ พ่อทำแบบนี้ทุกเช้าเลยมั้ง วันไหนเราเจอลูกหมาอยู่นอกกรงตอนเช้า ตอนที่ต้องออกจากบ้านพร้อมพ่อแม่ เราก็เตือนพ่อมาหลายครั้งแล้ว (1-2 สัปดาห์แล้ว ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอมันนอกกรงตอนเช้า) และพ่อเราก็ไม่ยอมรับอีกว่าปล่อย อะไร... เราต้องยืนยันด้วย พ่อถึงเชื่อว่าเขาลืมจริงๆ เรารู้แบบนี้ก็โกรธมากๆ เห็นมั้ย เตือนแล้วไม่ฟังกัน ผลออกมาเป็นยังไง ตั้งแต่เราให้ลูกหมาออกมาเล่นนอกกรง เราไม่แทบเคยไม่เฝ้าลูกหมา (ยกเว้นเราวิ่งไปหยิบของในบ้าน เช่น นม หรือไข่ต้มให้ลูกหมากินแค่แปบเดียว) ถ้าวันไหนเราอยู่บ้าน ไม่เคยเกิดปัญหา แล้วเป็นไง โธ่ เวรกรรมจริงๆ Dumbo เอ๋ย เราปล่อย Marble และ Melody ออกมาดูมันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนฝัง Marble มันยังคงพยายามมาเลียเลือดให้ลูก งับที่ท้องแล้วดึงๆเพื่อกระตุ้นให้ลูกฟื้น แม้แต่ Melody จะมาใกล้ ยังโดน Marble ขู่ใส่เลย คงอยากจะให้ลูกมันฟื้น ร้องงืดๆๆ ไม่มีหยุด และก็ฝัง Dumbo ข้างๆที่ฝัง Pongo นั่นแหละ ฝาก Pongo ดูแลมันที่สวรรค์ด้วยนะ ว่างๆมาเยี่ยมพี่บ้าง ในฝันนะ พี่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน ไม่ว่าจะทำอะไร แล้วก็ร้องไห้อีก ระหว่างที่พ่อกำลังกลบฝังลูกหมา แม่เราเอาไม้มาล่อให้ Melody ไล่งับ มันเหมือน Dumbo ไม่มีผิด เสียแต่ว่ามันงับไม่แน่เท่า สมาธิก็ไม่ดีเท่า แล้วเราก็เอามันมากอดไว้ (มันคงรำคาญเราน่าดู กอดมันบ่อยมาก) เราโทรไปกวนปลาอีกรอบ ปลาก็เล่นเปียโน เพลง คืนข้ามปี กับ ก้อนหินก้อนนั้น ให้เราฟัง เพื่อปลอบใจเรา ขอบคุณมากนะ แต่ว่าเราคงไม่หายเศร้าง่ายๆ แผลใจครั้งนี้ ยิ่งฝังลึกเข้าไปในใจไปอีกตลอดไป ว่าเราดูแลลูกหมาแค่นี้ ทำไม่ได้!!!! เลี้ยงหมามากี่รุ่นๆ ไม่เคยมีการกัดลูกหมาตาย อาจมีกัดกันตายบ้าง แต่นั่นตั้งแต่สมัยเราเลี้ยงหมาไทยแล้วนะ (เรายังประถมต้นอยู่เลย) คิดดู ไอ้หมาตัวไหนที่ทำลูกหมาลงคอ อย่าให้สืบได้นะว่าใครทำ จะโดนไล่ออกจากบ้าน ไม่ได้ถ้าเรายั้งมือไม่อยู่ จะฆ่ามันตายก่อนพ้นประตูบ้านแน่ๆ ให้มันชดใช้กรรมให้เข็ด เรายอมโดนกรรมสนองเรา แลกกับการแก้แค้นให้ลูกหมาไร้เดียงสาตัวนึงที่ถูกทารุณแบบนี้
    หลังจากวางหูเสร็จ ได้ยินเสียง Melody ร้องเอ๋งอีก เรารีบวิ่งลงไปดู แล้วแทบจะไล่ฆ่าหมาโตอีก เจอ Lassie กับ Dumbo แต่พ่อบอกพ่อปล่อยมันเอง (อีกแล้วหรอ....) แล้วไม้มันล้มมาทับ Melody เอง ไม่มีใครกัด เราก็โล่งใจ แต่ก็ยังคงแค้นอยู่ดี อย่ามาแตะต้องลูกหมาเชียวนะ ไม่งั้นแก....ไม่อยู่จนแก่ตายแน่ๆ แล้วเราก็เฝ้า Melody มองไปเห็นหลุมศพ Dumbo อดน้ำตาร่วงอีกไม่ได้ ทั้งตอนเล่นกับ Melody ด้วยลูกบอล Melody เดินไปกินน้ำที่มุมโปรดของ Dumbo เรานึกถึงภาพที่ Dumbo กินน้ำเป็นครั้งแรก อดน้ำตาร่วงมากกว่าเดิมอีกไม่ได้ เฮ้อๆๆๆ ทำไมว้าาาาาาาา และเราก็เอา Melody เข้าบ้านมากินนมตอนสักเกือบ 1 ทุ่ม กินนม 1 กล่อง ไข่ต้ม 1 ฟอง อาหารเม็ด 1 กำเล็ก เฮ้อ มันคงแปลกใจว่าทำไมแยกมากินเดี่ยวตรงนี้ล่ะเนี่ย กอดมันไว้สักพัก แล้วก็ส่งมันกลับเข้ากรงไปกับแม่หมาไป เราเห็น Marble มันซึมลงไปเหมือนกัน สงสารมันจริงๆ รอบนี้ มันเห็นลูกตายต่อหน้าต่อตามันเลย มันใกล้จะหย่านมแล้วแท้ๆ ไม่น่าเลย
    ตอนตี 1  แม่เราเรียกให้ลงไปให้ข้าวหมาอีก ให้ทำไม เสียข้างสุกแท้ๆ แต่แม่บอกว่า กลัวมันโมโห แล้วมาลงที่ Melody อีก จะทำไง ตอนแรกเราที่จะตัดสินใจงดอาหารมัน เราก็คิดแล้ว แต่เราต้องการให้มันสำนึกผิดให้ได้ ให้มันรู้สึกตัวเสียบ้าง ตามใจถ้าแม่จะให้ก็ตามใจ เราจะไม่ช่วย แม่เราเลยไปให้หมาโตกินข้าวที่หลังบ้าน ส่วนแม่หมาและลูกหมากินที่โรงรถเหมือนเดิม Melody ไวมาก จะไปแย่งแม่มันกินอยู่เรื่อย เลยเอามากินตรงหน้าประตูจะได้มีแสงไฟสว่างๆหน่อย กินนมไป 1 กล่อง อาหารเม็ด 1 กำเล็กเ้หมือนเดิม แต่ว่าพอนมหมดก็หาเรื่องลงไปเดินเล่นสำรวจชามแม่หมาอีก เห็นแล้วภาพเมื่อวานมันย้อนกลับมาอีกแล้ว ตอนมันคาบชามแม่มันไปเล่นแย่งกันแบบชักเย่อ ตอนมันช่วยกันเลียชามที่ว่างเปล่าของแม่มัน โอย ตอน Melody กินก็รอบมีแค่ชามสีเขียวของมันใบเดียว ไม่ได้มีชามอีกใบที่มันชอบไปแย่งกินของอีกตัวต่อไปแล้ว แล้วก็หิ้วมันมากินต่อ มันก็กินจนหมด คราวนี้ก็ำไปขี้ตรงข้างๆหน้ามุก เราเดินตามไปเฝ้า เห็นแล้วก็โอล่ะนะ เป็นเส้นดี สุขภาพแข็งแรง มีจุดที่มันขี้ประจำอยู่แค่ 2-3 จุดแล้ว ต้องหัดให้เหลือเพียงจุดเดียว แต่ฉี่นี่ยังทั่วไปหมด แม้แต่หน้ากรง เฮ้อ ภาพเก่าๆมันผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ แม้แต่ตอนเอาเข้ากรง ปกติต้องเปิดกรง 3 รอบ รอบละตัว ตอนนี้เหลือเพียง 2 รอบ คือ Marble กับ Melody โดยแม่เราเอา Marble เข้ากรงก่อน หลังจากกินและทำธุระเสร็จแล้ว และแม่มันก็มาเลียก้นทำความสะอาดให้ลูกมัน เห็นแล้วนึกถึงตอน Dumbo เด็กๆ ที่โดนแม่มันกัดจู๋อันน้อยๆของมันซะร้องแ้ง้วลั่นเลย ฮือๆๆๆๆ ส่วน Melody ตามเข้ากรงทีหลัง ปกติเราจะบอกกับลูกหมาและแม่หมาว่า หลับฝันดีนะ โตไวๆ อย่าดื้อกับแม่ อย่าซนนักล่ะ และ Marble ดูแลลูกดีๆนะ ฝันดีจ้า มาวันนี้ก็พูดเหมือนเดิม แต่ภาพที่เห็นในกรง ปกติลูกหมาจะเล่นกัน มาตะกุยกรงร้องแง้วๆอยากออกมาอีกกับเรา Dumbo กับ Melody ก็จะปีนมาเกาะขอบชามใส่น้ำในกรงเพื่อกินน้ำหลังกินข้าวเสร็จ แล้วก็เล่นซนกันเอง โดยแม่หมาเฝ้าดูอยู่ห่่างๆ วันนี้ Melody เลยต้องไปเล่นกับ Marble แทน โดยไปงับหู Marble มันก็พยายามหลบนะ แต่ก็ยอมให้ลูกมันเล่น พร้อมกับเลียหน้าเลียตาลูกหมามัน เราเอาชามที่กินเสร็จของ Melody ไปล้าง เมื่อวานล้าง 2 ชาม วันนี้เหลือเพียงชามเดียว.....

    เราน้ำตาร่วงมาทั้งวันแล้ว ก็ยังไม่แห้งเลย งานต่างๆก็ทำไม่ไหว สติไม่อยู่กับตัว
    ขอร้องนะ ใครที่มาล้อเล่นเราเรื่องนี้ ขอเตือนไว้ว่า อย่าเอามาล้อเล่น มันไม่ตลกเลยสำหรับเรา

    ปล.ตอนแรกตัดสินใจอยู่นานมาก ว่าจะหนีหายไปเงียบ หรือเล่าเรื่องต่อไป แต่คิดว่าไว้เป็นอุทธาหรณ์สำหรับคนอื่นๆและตัวเองต่อไปในอนาคต

    รูปภาพต่อไปนี้ คงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีกแล้วนะ T-T
    February 08

    ลูกหมาอายุ 52 วัน ลูกหมาทะเลาะกัน

    ศุกร์ที่ 8 กุมภา 2551
    เราออกจากบ้านแต่เช้าพร้อมพ่อแม่ ตอนเดินออกมา แวะดูลูกหมา เห็นมันทะเลาะกันทำไมไม่รู้ แง่งๆ แง้วๆ ดังตลอดเวลาเลย แม่มันก็มองมาทางเราตาแป๋วๆ คงอยากบอกเราว่า ห้ามเด็กๆให้ไม่ทะเลาะกันไม่ได้ เท่าที่เราดู คือเจ้า Melody นั่นแหละที่หาเรื่องก่อน ไปไล่กัด Dumbo เจ้า Dumbo มันก็แค่ปกป้องตัวเอง เราก็สั่งให้ Melody หยุด มันก็หยุดทั้งคู่ แล้วหันมาส่งตาแป๋วให้เราอีก -_-! ลูกหมานะลูกหมา และก็ออกจากบ้านไป แล้วก็ไปอ่านหนังสือสอบจีนต่อ ท่องศัพท์ไม่ได้สักทีว่าเขียนยังไง จนบ่ายโมงถึงเวลาสอบ ก็เน่าตามคาด พอนึกตัวไหนไม่ออก สมองมันโล่งมาก ไม่มีคุ้นเลย จบกัน ช่างเหอะ ผ่านไปแล้ว กลับมาเรื่องหมาดีกว่า
    กลับถึงบ้านก็ 6 โมงนิดๆ เกือบมืดแล้ว เลยรีบให้ลูกหมากินนมก่อน ท่าทางจะหิวจัด เดินตามเราต้อยๆเลย แม่เราก็ช่วยด้วย เราให้ Marble ออกไปนอกเขตแผงกั้นก่อน มันก็มองผ่านแผงกั้นมาด้วยสายตาอยากกินเต็มที่ (ก็คงหิวเหมือนกันแหละ น่าสงสารจัง) ลูกหมาก็กินนมไปตัวละกล่องเล็กกว่าๆเกือบครึ่ง และอาหารเม็ดกำเล็กๆ ส่วนไข่ต้มไม่ได้ให้ เพราะเห็นท่าทางอิ่มแล้ว และก็มัวแต่เล่นซน เล่นแย่งลูกบอลนี่แหละ ชอบจริงๆ หลอกลูกหมาเนี่ย งับแน่นใช้ได้ แต่แพ้เราตอนดึงมันขึ้นสูงลอยจากพื้น มันเลือกที่จะปล่อยทุกทีเลยแฮะ ตอนนั้นมืดแล้ว เลยให้แม่หมากินที่เหลือ และก็เอาเด็กๆ แม่หมาเข้ากรงไป ท่าทางจะอิ่มสบาย เพราะไม่มีเสียงร้องเลยแฮะ
    ประมาณเที่ยงคืน ก็ลงไปให้ข้าวหมาท่ามกลางความมืด อาศัยเพียงไฟฉายสวมหัว 1 อัน กับแสงไฟที่ลอดผ่านประตูห้องที่เชื่อมมายังโรงรถ พอๆดีกว่า เรื่องสำนวนยังไงๆพิกลแล้ว ก็ทำเหมือนทุกครั้ง พยายามหาวิธียึดครองโลก....ไม่เกี่ยวแล้ว มั่วไปเรื่อย รู้สึกเมาๆ ปวดหัวๆแฮะ ตั้งแต่สอบจีนเสร็จแล้วเน่าไปตามระเบียบคนท่องศัพท์ไม่ได้ว่าเขียนไงเนี่ย 555 กลับมาเรื่องหมาต่อ วันนี้อั่งเปาคงสบายดีแล้วแหละ เพราะเริ่มก่อปัญหาเหมือนเดิม ระหว่างเอาตัวโตไปล่าม อั่งเปาก็ไปกัดหลัง Bulto เข้าเต็มๆ เรากับแม่ต้องช่วย Bulto ออกมา หลังจากล่ามหมาโตเรียบร้อย ก็ให้ข้าวมันกิน และปล่อยแม่หมาลูกหมาออกมา แม่หมาก็กินข้าวของมันไป ลูกหมาก็ทำท่างจะพุ่งไปหาชามแม่หมาอยู่นั่นแหละ ต้องจับให้มันกินนมอยู่กับที่ กินนมไปตัวละกล่องเล็ก อาหารเม็ดกำเล็ก และไข่ต้มตัวละฟอง อิ่มเรียบร้อย ก็ให้เล่นบอลนิดหน่อย ก่อนจับใส่กรงไปกับแม่หมาเลย เพราะยุงมันเยอะ ไฟมืดๆแบบนี้ สู้ไม่ไหวอ่ะ
    February 07

    ลูกหมาอายุ 51 วัน ซน แสบ ซ่า

    พฤหัสที่ 7 กุมภา 2551
    เราตื่นตั้งแต่ 10 โมงครึ่ง (จริงๆ 10 โมงแล้วหลับต่ออีกแปบ) ตื่นมาก็นั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบภาษาจีนไปหน่อย จนเที่ยงกว่าๆ ลงไปปล่อยเด็กๆและแม่หมาออกมา ให้เด็กๆกินนมไปตัวละกล่องเล็ก อาหารเม็ดตัวละกำเล็กๆ แล้วก็เล่นล่อบอลกับทั้งคู่ ยังให้ความสนใจกับลูกบอลดี บางทีก็แย่งกันเองอีก หลังๆเหมือนมันชักง่วง เลยปีนไปนอนตามแม่มันที่ตรงบันไดข้างกรง นอนเรียงกันเป็นครอบครัวแสนสุข เลยถ่ายรูปไว้ซะหลายรูป แต่พ่อหมามันยังเหมือนไม่ค่อยสบาย ขี้ตายังเยอะ แต่ก็นอนอยู่ใกล้ๆกันในโรงรถ ก็ถ่ายรูปไว้สักหน่อย แล้วก็เอาแม่หมาและเด็กๆเข้ากรงไปตอนบ่ายโมงนิดๆ แล้วเราก็ไปกินข้าวเที่ยง และอ่านจีนต่อ
    จนประมาณ 4 โมงกว่าๆ เราเบื่อ เลยย้ายมาอ่านกับเด็กๆ โดยปล่อยแม่หมาและลูกหมาเดินเล่นตามสบาย เรานั่งอยู่แถวๆหัวโค้งตรงริมถนนในบ้าน แล้วก็ดูลูกหมาเป็นระยะๆ (อ่านหนังสือไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ เพราะก็เป็นห่วงเด็กๆนั่นแหละ) แต่บางทีหันไปมอง Lassie กับ Marble ก็ช่วยดูเด็กๆเป็นระยะๆให้ ก็อุ่นใจหน่อย แล้วเราก็เมื่อย เลยย้ายมานั่งตรงบันไดหน้ามุกแทน บางที Melody ก็จะปันบันไดขึ้นมา แต่ขั้นแรกหลังจากพยายามกระโดดขึ้นก็แล้ว ปีนขึ้นก็แล้ว แต่ไม่สำเร็จ เราเลยต้องช่วยเขี่ยก้นเด็กส่งขึ้นไป 55 Melody ส่วนใหญ่บางทีก็นอนใต้ท้องรถ บางทีก็มาเล่นกับ Lassie ที่ข้างๆหน้ามุก แล้วก็ชอบมาขุดๆๆเหมือนที่แม่มันทำ ฝุ่นฟุ้งเลย เราก็บอกให้มันหยุด บางทีก็ไปเล่นกับ Dumbo ที่ชอบไปอยู่มุมแฉะๆของมัน เล่นกันสนุกสนาน มีอยู่ครั้งนึง เรียกไป มันไม่เสนอหน้า ก็เลยเดินไปดู ปรากฎมันพยายามจะเดินไปหลังบ้านลำพัง 2 ตัว ซึ่งตรงนั้นพวกเด็กๆยังไม่เคยเดินไป เราก็กลัวจะอันตราย เลยเดินไปเป็นเพื่อนแปบนึง มี Marble Lassie และ Bulto เดินตามไปด้วย (ดีมะ BodyGuard เต็มเลย อิอิ) แล้วพยายามให้เด็กๆเดินกลับมาเล่นบริเวณเดิม บางทีแอบเหลือบไปเห็น Marble กำลังกินมะม่วงอยู่เป็นมะม่วงดิบ ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน 1 รูป อิอิ เด็กๆเล่นจนประมาณ 5 โมง 45 เราอ่านจีนจบไปบทเดียว -_-! แล้วก็ให้เด็กๆเล่นลูกบอล Melody งับได้แน่นดี งับแล้วสะบัดๆๆๆ Dumbo ก็ใช่ย่อย งับแทบไม่ปล่อยเลย ยกเว้นถูกขัดจังหวะ แล้วก็เอาเด็กๆมากินนมไปตัวละกล่อง ไข่ต้มตัวละฟองเต็มๆ อาหารเม็ดตัวละกำปานกลาง แล้วก็ให้แม่หมากินอาหารเม็ด(สำหรับหมาโต)นิดหน่อย สงสารมัน มองตาละห้อยเลย แล้วก็ส่งเด็กๆกับแม่หมาเข้ากรงไป ส่วนพ่อหมายังคงนอนซม (ตอนเรานั่งอ่านจีน มันก็นอนอยู่หน้ามุกนะ แต่ไม่เห่าไม่เล่นเหมือนเคย) ก็ให้กินยาลดไข้ไป 1 ช้อน (ก่อนให้เด็กๆกินนม) และอาหารเม็ด 2-3 กำใหญ่ (หลังเอาเด็กๆเข้ากรงแล้ว) โดยเราเดินไปเสิร์ฟถึงที่ที่มันนอนอยู่ เห็นแล้วสงสารอยากให้มันหายป่วยเร็วๆ (แต่นิสัยแย่ๆ ก็อย่ากลับมาเป็นอีก จะดีมาก) เสร็จแล้วรวมทั้งหมดประมาณ เกือบ 1 ทุ่มเราถึงได้ขึ้นมาอ่านจีนต่อ
    ตอนตี 1 ลงไปช่วยแม่ให้ข้าวหมา ไฟที่โรงรถดันเปิดไม่ติดอีก ก็เลยต้องกินกันอย่างมืดๆ เราลงไป แม่ให้หมาโตกินเสร็จแล้ว เอาแม่หมาขังแล้ว ลูกหมากำลังกินนมอยู่ กินตัวละกล่อง แค่นั้น เพราะมืด มองไม่เห็น เราเอาไฟฉายใส่หัวได้มาใส่ ค่อยสะดวกขึ้นหน่อย พอเด็กกินเสร็จ ก็เอาเข้ากรงเลย Dumbo เข้าไปก่อน แต่พอดี Melody สะอึก เลยต้องช่วยลูบตรงคอไปหน้าอก พอมันหายแล้วก็จับใส่กรง เห็น Dumbo กินนมแม่อยู่ เอ๋ ยังมีนมให้กินอีกหรอเนี่ย สงสัยมันไม่อิ่ม แต่ช่วยไม่ได้ มองไม่เห็น เลยไว้ก่อน พรุ่งนี้เดี๋ยวชดเชยให้นะเด็กๆ อิอิ

    อธิบายรูปภาพ
    ภาพแม่หมาและลูกชาย บนบันได 2 รูป
    ภาพแม่หมาและลูกหมา 2 ตัว บนบันได
    ภาพลูกหมา 2 ตัว บนบันได
    ภาพเดี่ยวหนุ่มน้อย บนบันได แบบเต็มตัว 1 รูปและเฉพาะหน้า 2 รูป
    ภาพเดี่ยวสาวน้อย บนบันได แบบเต็มตัว 2 รูปและเฉพาะหน้า 1 รูป
    ภาพหนุ่มน้อยหลับอยู่ตรงก้นแม่มัน
    ภาพแม่หมาแอบกินมะม่วง
    ภาพพ่อหมาสุดหล่อ
    ภาพสาวน้อยและลุง Buddy
    February 06

    ลูกหมาอายุ 50 วันพอดี

    พุธที่ 6 กุมภา 2551
    ตื่นแต่เช้าอีกครั้ง เพราะมีเรียนตอนเช้า (เมื่อคืนนอนตี 5 กว่า) ออกจากบ้าน พ่อเราเห็นอั่งเปามีขี้ตาเยอะ ก็ทักว่าไม่สบายหรอ มันก็เฉยๆ เลยคิดว่าคงง่วงมั้ง (พี่มันก็ง่วง 55) และเดินทางออกจากบ้านไป แล้วก็เรียน + present งาน เลิกเที่ยง ตอนบ่ายพอดีงดเรียน ก็ว่าง ไม่ง่วงด้วย เลยเล่น dogbook (ใน facebook) เคลียร์ request ที่ค้างไว้เยอะมาก และนั่งดู itcoolgang tv + ส่งให้เพื่อนๆดู จน 6 โมงเย็นแล้วกลับบ้านกับพ่อแม่ ขึ้นรถก็หลับทันที เหมือนคนแบตหมด ถึงบ้านก็ยังคงย้ายที่นอนมาหลับต่อจน 4 ทุ่มถึงตื่นมากินข้าว ตอนย้ายที่นอนก็เดินผ่านเด็กๆที่กำลังกินนมอยู่ แม่เราเป็นคนให้กิน กินไปตัวละกล่อง ไข่ต้มตัวละฟอง แล้วก็เอาเข้ากรงทั้งแม่หมาและลูกหมา
    ลงไปหาอีกทีตอนตี 1 กว่าๆ เราเอาลูกหมาและแม่หมาออกมาเล่นกันก่อน เอาลูกบอลมาล่อให้งับๆ Dumbo เล่นลูกบอลสนุกสนาน Melody บางทีก็มางับรองเท้าและเท้าเรา เราก็เจ็บนะ ฟันมันแหลมไม่ใช่ย่อย กำลังคิดว่าต้องเริ่มฝึกให้รู้จักคำว่า "ไม่" สักที จะได้รู้ว่าอะไรควรไม่ควร หลังจากนั้น ก็เอาตัวโต ยกเว้นแม่หมา ออกไปนอกแผงกั้น เอา Bulto ล่ามไว้ และอั่งเปา ก็ล่าม แต่วันนี้ไม่เห่าเลยแฮะ แปลกจัง ก็ให้ Buddy กับ Lassie กินก่อน แล้วค่อยให้  Bulto ตามด้วยอั่งเปา ซึ่งอยู่ดีๆ ลุงกับป้าก็ทะเลาะกันเองนิดหน่อย ไม่รู้ Lassie ถูกลุงแกแย่ง หรือไงเนี่ย แหละ แล้วพอเราหันไปสนใจเด็กๆ อ่าว Lassie มาแย่งอั่งเปา เราก็ต้องดุมันไป แล้วเปามันก็คาบชามหนี ทำให้ข้าวหกหมดเลย เราก็ต้องเฝ้ากันท่าไม่ให้ Lassie กับ Buddy มาแย่งเปากิน จนมันกินเกือบหมด เราก็ไปให้ Marble กินข้าว และเด็กๆกินนมตัวละกล่อง อาหารเม็ดตัวละกำเล็ก และไข่ต้มตัวละครึ่งฟอง (รวมไข่ขาวด้วย) แล้วก็ปล่อยให้เล่นต่อสักพัก ระหว่างรอแม่หมาทำธุระ พอมันกลับเข้ามา มันก็พังไม้ที่กั้นเรียบร้อยเองเลย -_-! แล้วก็พามันเข้ากรงไปก่อน ตามด้วยลูกๆมัน ต้องอุ้มทีละตัวแล้ว เพราะตอนนี้อุ้มพร้อมกันไม่ไหว เอา Melody เข้าก่อน พอดี Dumbo เดินตามเรามา ก็จับใส่กรงตามไป แล้วก็มาปล่อยตัวที่ล่ามไว้ และล้างชามลูกหมา สังเกตเห็นอั่งเปาก็ดูหน้าจ๋อยๆไงไม่รู้ ซึมๆ ตรวจดูเบื้องต้น ตัวก็ไม่ร้อน ขี้ก็ไม่ได้ติดก้น (ไม่น่าจะท้องเสีย) ขาไม่ได้เจ็บ เพราะไม่ได้เป๋ ฟันก็ดูปกติ หูก็สะอาดดี เลยสงสัยว่า โดนพิษหรือเปล่า ประมาณไล่จับคางคก หรือเจองู เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้ารอดูอีกที ถ้ายังไม่ดีขึ้น สงสัยต้องพาไปหาหมอดีกว่า
    February 05

    ลูกหมาอายุ 49 วัน สองจอมทำลายล้าง

    อังคารที่ 5 กุมภา 2551
    ตื่นเกือบเที่ยงแล้ว รีบมาปั่นงานต่อจากเมื่อคืน กว่าจะกินข้าวเที่ยงและได้ลงไปหาเด็กๆก็ล่อไปบ่าย 3 โมง 20 นาทีแล้ว ปล่อยออกมา ก็ซนเลย Melody จะปีนตามขึ้นบันไดมาด้วยตอนเราเดินกลับไปเอานมให้เด็กๆกิน ก็กินนมไปตัวละ 1 กล่องเล็กก่อน กินอย่างหิวเลย แล้วก็พักก่อน เอาลูกบอลมาล่อ ตอนแรกเล่นแต่กับ Dumbo เพราะ Melody มัวแต่ไปเล่นกับตัวโตตัวอื่น ทั้ง Bulto และป้า Lassie ไปๆมาๆเราก็สร้างความร้าวฉานระหว่างพี่น้องสำเร็จจนได้ โดยไปแหย่ให้ Melody เข้ามาแย่ง Dumbo (ความจริงเราก็ไม่ได้สร้างอะไรหรอก มันแย่งกันเองแหละ เราแค่ทำให้มันแย่งได้ง่ายขึ้น) กลายเป็นชักเย่อไป ผลัดกันแย่งได้ อีกตัวก็จะเข้าไปพยายามแย่งคืนมาทันที ดูแล้วสนุกดีจัง เราก็ถ่ายรูปไว้เยอะเลย หลังจากมันแย่งกันอยู่สักพัก เราก็เก็บบอลขึ้น ให้มันเล่นอย่างอื่นบ้าง บางทีมันก็งับกันเอง บางทีวิ่งไปเล่นคนละทาง Melody ตามแม่มันไปขุดๆแถวข้างๆหน้ามุก ฝุ่นฟุ้งเลย ส่วน Dumbo ก็ไปเล่นมุมโปรดที่มีน้ำแฉะๆขังใกล้ๆที่กินน้ำหมาโต บางที Melody ก็วิ่งมุดไปมาใต้แทงค์น้ำ เราต้องวิ่งไล่ถ่ายรูปลูกหมาซะเหนื่อยเพราะมันไม่อยู่นิ่งเลย แต่ตรงที่มันนอนใต้แทงค์น้ำ ได้รูป Melody หลายรูป แถมมีรูปน่ารักฟลุ๊คถ่ายได้รูปนึง บางทีมันก็ไปร่วมแจมกับ Dumbo แทะลูกมะพร้าวเล็กแถวนั้น แย่งกันไปมาอีก หลังจากเล่นกันจนเหนื่อย (ลูกหมาอาจไม่เหนื่อย แต่เราเหนื่อยมาก เหอะๆ) อยู่ชั่วโมงนึง เราก็ให้ลูกหมากินไข่ต้มตัวละฟองทั้งไข่แดงและไข่ขาวเลย แถมอาหารเม็ดอีกนิดหน่อย ที่นิดหน่อยเพราะมันไม่ค่อยจะยอมกินสงสัยอิ่มแล้ว ไม่ก็ห่วงเล่นมากกว่า Melody กินไปประมา๊ณเกือบกำมือนึง แต่ Dumbo กินไม่กี่เม็ดเอง พอเราหยิบนมอีกกล่องชูขั้นมา เด็กๆก็วิ่งมาหา นึกว่าอยากกินนมมากกว่า ก็เลยเปิดให้กินอีก แต่ก็กินได้ตัวละไม่ถึงครึ่งกล่อง โดย Melody กินได้เยอะกว่า บวกให้อาหารเม็ดใส่เพิ่มไปอีกนิดหน่อย มันก็ไม่กินแล้ว ที่เหลือเลยเสร็จแม่มันไป แล้วเราก็เอาเด็กๆและแม่หมาเข้ากรงไปพักผ่อน เรามองกลับไปในกรง เห็น Dumbo สามารถปีนขึ้นมาเกาะชามที่ใส่น้ำไว้ให้ในกรงสำหรับแม่หมา แล้วกินน้ำได้ คราวนี้เลยหายห่วงแล้วว่าลูกหมาจะไม่มีน้ำกิน อิอิ และเราก็ออกไปกินเลี้ยงตอน 5 โมงครึ่งกว่า
    กลับมาจากกินเลี้ยงถึงบ้าน 3 ทุ่มครึ่งกว่า รีบให้ปล่อยเด็กๆมากินนมไปตัวละกล่องเล็ก ไข่ต้มตัวละ 1 ฟองเต็มๆ อาหารเม็ดเล็กน้อย Melody กิน แต่ Dumbo ไม่ค่อยกิน เราเล่นกับเด็กๆด้วยลูกบอลนิดหน่อย แล้วก็เอาเข้ากรงเลย รีบกลับขึ้นมาทำงานต่อ
    ตอนตี 1 กว่าๆลงไปให้ข้าวหมา ซึ่งแม่รอเราไม่ไหว ให้เสร็จไปก่อนแล้ว เราลงไปเด็กๆกำลังกินนมอยู่ แม่มันก็กินข้าวอยู่ (ทำแบบเดียวกับเมื่อวานที่ฝนตก) เด็กๆกินไปตัวละกล่องเล็ก แค่นั้นก็ไม่ค่อยจะยอมกินให้เสร็จทีเดียว เพราะอยากจะไปเล่นโน่นนี่มากกว่า บังคับให้มันกินจนทนไม่ไหว ของ Melody เหลืออีกนิดหน่อย เลยยกให้แม่มันที่มองตาละห้อยกินไปเลย ระหว่างรอแม่มันไปทำธุระ เราก็เอาลูกบอลมาเล่นอีก Dumbo ก็งับแล้วดึงๆแย่งกับเรา บางทีก็โดน Melody มาขัดจังหวะบ้าง มันเล่นกันแรงมากเดี๋ยวนี้ เราต้องคอยปราม Melody ลงบ้าง ท่าทางมีความเป็นจ่าฝูงสูงไม่ใช่ย่อยเลย (แต่เราต้องมีสูงกว่ามัน) บางทีพวกมันก็แย่งกันเองแบบชักเย่ออีก สักพักก็เอาทั้งแม่และเด็กเข้ากรงไปนอน

    อธิบายรูปภาพ
    ภาพหนุ่มน้อยเล่นแย่งบอล 3 ภาพ
    ภาพสองแสบเล่นชักเย่อบอลกัน 3 ภาพ
    ภาพแม่สอนลูกสาวขุดๆๆ
    ภาพสาวน้อยใต้แทงค์น้ำ น่ารัก 2 ภาพ
    ภาพหนุ่มน้อยเล่นซนตรงมุมโปรด 5 ภาพ (มีสาวน้อยแจมด้วย 1 ภาพ)